ขับแล้วรักเลย! Nissan e-NV200 รถตู้พลังไฟฟ้า 100%

นี่เป็นครั้งแรกกับการทดลองขับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีตัวถังแบบรถตู้หรือรถแวนอย่าง Nissan e-NV200 (อี-เอ็นวี 200) เป็นอะไรที่แปลกใหม่ ถึงแม้ว่าจะเคยขับรถในกลุ่มนี้มานับไม่ถ้วน แต่สำหรับการใช้ขุมพลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างนี้เป็นสิ่งที่น่าตื้นเต้น ทั้งยังมองเห็นอนาคตของยานยนต์ในอนาคตมากยิ่งขึ้น

ย้อนกลับไปที่เมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อช่วงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา นิสสันได้เปิดตัวรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ใช้พลังไฟฟ้าอย่าง e-NV200 ที่ดัดแปลงเพื่อการขนส่งให้เป็นห้องเย็นที่ไร้มลพิษ เน้นความคล่องตัวในการใช้งานในตัวเมือง มีขนาดตัวถังที่กะทัดรัด ทั้งยังสามารถหาที่จอดได้ง่ายกว่ารถห้องเย็นแบบปกติ ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่สำรองในช่องวางของด้านหลัง เพื่อให้พลังงานในส่วนของห้องแช่เย็นที่เรียกว่า e-Fridge นี่ทำให้เห็นว่าแนวคิดของการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าไม่ได้เน้นที่รถโดยสารและรถส่วนตัว แต่ขยายไปถึงรถเพื่อใช้ในการขนส่ง ซึ่งถือว่าครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย ทำให้เจ้า e-NV200 คันนี้ สามารถดัดแปลงตามการใช้งานได้อเนกประสงค์จริงๆ

ส่วนการได้สัมผัสกับ e-NV200 ในครั้งนี้พิเศษมาก เพราะต้องเดินทางข้ามทวีปไปที่เกาะเตเนริเฟ่ หนึ่งในเกาะที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะคานารี่ ประเทศสเปน เพื่อไปร่วมงานจัดแสดงเทคโนโลยี Nissan Electric Ecosystem Experience ที่งานนี้มีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้ได้ทดลองขับทั้งนิสสัน Leaf (ลีฟ) และ e-NV200 (อี-เอ็นวี 200) รุ่นปรับโฉมใหม่ ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่สูงขึ้น (ส่วนนิสสัน Leaf จะนำเสนอในครั้งหน้า)

สำหรับเจ้ารถตู้หรือรถแวนพลังงานไฟฟ้า e-NV200 (อี-เอ็นวี 200) รุ่นปรับโฉมใหม่ เป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% พัฒนาขึ้นตามวิสัยทัศน์นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) มาพร้อมแบตเตอรี่รุ่นใหม่ขนาด 40 KW (กิโลวัตต์ชั่วโมง) สามารถขับได้ไกลสูงสุด 280 กิโลเมตร จากการประเมินตามมาตรฐาน NEDC (มาตรฐานการทดสอบความประหยัดน้ำมันและมลพิษของยุโรป) หรือมากกว่ารุ่นก่อนหน้า 60 % พร้อมมีการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายการชาร์จไฟเร่งด่วน CHAdeMO ของยุโรป (CHAdeMO Quick Charging network) ซึ่งเป็นแบตเตอรี่แบบเดียวกับนิสสัน ลีฟ ใหม่ ใช้เกียร์ซิงเกิลชิฟท์ที่ไหลลื่นต่อเนื่อง ขับง่ายและปลอดภัย ที่สำคัญคือเจ้า e-NV200 ยังได้ปรับปรุงใหม่และผ่านการทดสอบ WLTP สามารถขับได้ไกล 301 กิโลเมตร เมื่อขับในตัวเมือง และ 200 กิโลเมตร เมื่อขับแบบผสมผสานทั้งในเมืองและนอกเมือง

ทั้งยังเป็นการส่งเสริมลูกค้าภาคธุรกิจให้ทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการสะท้อนเสาหลักของความมุ่งมั่นของนิสสันที่จะลดมลพิษใจกลางเมือง ที่มีทั้งคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษทางเสียงที่เกิดจากการขนส่งหรือจัดเก็บสินค้า นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกโฉมตลาดรถเชิงพาณิชย์น้ำหนักเบาก็เป็นได้

e-NV200 ได้เริ่มจำหน่ายบางประเทศในยุโรป ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2561 ก่อนเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าตั้งแต่ฤดูใบ้ไม้ผลิ (ปลายเดือนมีนาคม) เป็นต้นไป ซึ่งเปิดรับจองรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น 2.ซีโร่ (Limited Edition 2.ZERO) ในยุโรปด้วยตัวถังแบบแวน 5 ประตู และรุ่นสำหรับโดยสาร 7 ที่นั่งในชื่อเอวาเลีย (Evalia) อีกด้วย

จากการทดลองขับต้องบอกว่าใครที่ไม่เคยขับรถตู้หรือรถแวนจะรู้สึกแปลกๆ กับท่านั่ง เพราะเป็นท่านั่งแบบรถบรรทุกหรือรถตู้อย่างชัดเจน ห้องโดยสารกว้างขวาง กระจกหน้าบานใหญ่ทำให้ทัศนวิสัยในการมองดีมากๆ การขับเคลื่อนลื่นไหล เงียบและไร้เสียงรบกวน ไม่มีแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ ไม่มีเสียงกลไกต่างๆ ทำงาน และไม่มีการเปลี่ยนเกียร์ (เหมือนรถกอล์ฟไฟฟ้าไม่มีผิด) แรงบิดที่ได้จากการเหยียบคันเร่งจะเกิดขึ้นแบบทันทีทันใด และมีอัตราเร่งที่ราบรื่นมาก พูดได้ว่าเรียกใช้ได้แบบทันใจ เพียงแต่จะไม่รวดเร็วแบบนิสสัน ลีฟ เพราะแบกน้ำหนักตัวถังที่มากกว่าเท่านั้นเอง (ตอนทดลองขับนั่งกัน 4 คน พร้อมสัมภาระด้านท้ายอีกเต็มพื้นที่) ทั้งยังติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติแบบซิงเกิลชิฟท์ (Single-Shift) และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดลัน (Hill Start Assist) ตามสมัยนิยมอีกด้วย

ระยะทางที่ทดลองขับอยู่ประมาณ 70 กิโลเมตร โดยผู้เขียนเป็นไม้แรกในการขับจากสนามบินเตเนริเฟ่-เซาธ์ ขึ้นบนทางหลวง แล้วขับเข้าเขตพื้นที่อยู่อาศัย เส้นทางตรงยาวและมีขึ้นลงเนินเขาเป็นระยะๆ ซึ่งที่มาตรวัดที่แผงหน้าจอแสดงระดับแบตเตอรี่อยู่ที่ 98% และแจ้งระยะทางที่สามารถขับได้ทั้งหมดเอาไว้ที่ 208 กิโลเมตร เมื่อขับถึงจุดเปลี่ยนคนขับจุดแรกระยะทาง 30 กิโลเมตร เหลือแบตเตอรี่ประมาณ 70% เหลือระยะทางขับอีก 180 กิโลเมตร และเมื่อขับรถจุดหมายปลายทางที่ Institute of Technology and Renewable Energies หรือ ITER ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเกี่ยวกับพลังงานที่ได้จากแสงแดดและพลังงานลม สรุปเหลือแบตเตอรี่อีกราว 60% และเหลือระยะทางขับได้อีก 80 กิโลเมตร มีจุดสังเกตว่าระหว่างการขับทั้งเส้นทางออกเมืองและในเมืองระยะหนึ่ง แบตเตอรี่จะถูกชาร์จกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขับแบบลงเนินที่จะเห็นว่าไฟฟ้าจะชาร์จกลับอย่างต่อเนื่องทำให้ระยะทางขับและปริมาณแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นราว 2-3% จากการประเมินคร่าวๆ e-NV200 คันนี้ถือว่าใช้พลังงานได้อย่างน่าสนใจ จากตัวเลขที่เคลมเอาไว้ที่ 280 กิโลเมตร เมื่อขับใช้งานจริงน่าจะได้ระยะที่ใกล้เคียงกัน

สิ่งที่ชอบนอกเหนือจากการใช้พลังงานไฟฟ้า 100% และมีแรงบิดในทันทีทันใด นั่นคือ พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้าง มีเนื้อที่บรรทุกสิ่งของขนาด 4,200 ลิตร สามารถบรรทุกสัมภาระได้สูงสุด 701 กิโลกรัม และด้วยประตูบานหลังเปิดได้กว้างและประตูข้างแบบสไตด์ทำให้การขนถ่ายสินค้าหรือสิ่งของต่างๆ ที่บรรทุกมาทำได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่วนเบาะนั่งยังปรับใช้งานได้อเนกประสงค์ พูดได้ว่าเหมาะทั้งขนส่งและใช้เป็นรถแท็กซี่ได้เป็นอย่างดีทีเดียว

นอกจากนี้ ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะเต็มคัน ไม่ว่าจะเป็นระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, กุญแจอัจฉริยะ (Intelligent Key), ระบบนำทางแบบเต็มรูปแบบแสดงผลแบบสีคมชัดทุกมุมมอง, แอปพลิเคชั่น NissanConnect ควบคุมผ่านสมาร์ทโน แท็บเล็ต หรือผ่านคอมพิวเตอร์ได้ด้วย ซึ่งแอปฯ นี้จะติดตามและบันทึกรายงานการขับเอาไว้ตลอดเวลา จึงตรวจสอบข้อมูลได้ทั้งเส้นทางที่ขับ, ข้อมูลระดับการชาร์จแบตเตอรี่, สั่งเปิดปิดระบบปรับอากาศ และแจ้งสถานะต่างๆ ของรถตลอดเวลา

เท่านั้นยังไม่พอ เจ้า e-NV200 ยังชาร์จไฟฟ้ากลับได้แบบ 2 ทิศทาง คือ สามารถป้อนพลังงานกลับคืนด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับบ้านหรืออาคารได้ และคือพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากการชาร์จไฟฟ้ากลับไปสู่โครงข่ายไฟฟ้าท้องถิ่นได้อีก ด้วยเทคโนโลยี Vehicle to Grid ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ของนิสสัน

โดยรวมแล้วถือว่า e-NV200 มีจุดเด่นที่การใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนได้อย่างสมบูรณ์มาก การขับเคลื่อนราบเรียบ อัตราเร่งตอบสนองได้ทันใจ ห้องโดยสารกว้างตอบโจทย์การใช้งาน แบตเตอรี่ขนาด 40 KW (กิโลวัตต์ชั่วโมง) มากพอในระยะการขับ 200 กิโลเมตร ในเรื่องของตัวรถและเทคโนโลยีถือว่าสอบผ่าน แต่พบปัญหาเรื่องเสียงลมที่เข้ามาในห้องโดยสารในช่วงความเร็วตั้งแต่ 80 กิโลเมตร ขึ้นไปเท่านั้น เพราะกระแสลมบนเกาะเตเนริเฟ่นั้นค่อนข้างรุนแรงมาก แรงถึงขนาดที่ทำให้ตัวรถโคลงเคลงได้เลย แต่ถ้าไม่ถูกลมปะทะจากด้านข้าง เสียงลมที่เข้ามาในช่วงความเร็วเดียวกันจะได้ยินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ที่เหลือคือการสนับสนุนด้าน EV ของภาครัฐที่จะผลักดันให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้เกิดขึ้นในเมืองไทยได้แค่ไหนด้วยเช่นกัน แต่รถคันนี้พูดได้เลยว่ายิ่งขับยิ่งรักจริงๆ

ข้อมูลทางเทคนิค

    อี-เอ็นวี200 เอสวี 2.ซีโร่ โฉมใหม่
    VAN 5D EVALIA 7S
  รุ่น แวน ลูโด
  จำนวนประตู 5 ประตู 5 ประตู
  จำนวนที่นั่ง 2 ที่นั่ง 7 ที่นั่ง
เครื่องยนต์ ประเภทมอเตอร์ไฟฟ้า มอเตอร์ซิงโครนัสกระแสสลับ
พละกำลังสูงสุด 80 กิโลวัตต์ / 109 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด 254 นิวตันเมตร
รอบเครื่องยนต์สูงสุด 10,500 รอบ
ประเภทพลังงาน พลังงานไฟฟ้า
       
แบตเตอรี่ ประเภท ลิเธียม ไอออน เคลือบลามิเนต
แรงดันไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้านอมินอล 360 โวลต์
ขนาดกำลัง 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง
จำนวนเซลส์ 192 เซลส์
การชาร์จไฟฟ้าแบตเตอรี่ 6.6 กิโลวัตต์
ระยะเวลาการชาร์จไฟฟ้า 21,5 ชั่วโมง (ไฟฟ้าบ้านเรือน 10A) 7,5 ชั่วโมง (วอลล์บ็อกซ์ 32A) 40 ถึง 60 นาที (ชาร์จไฟเร่งด่วนถึงระดับ 80 เปอร์เซ็นต์)
เครื่องชาร์จไฟ เครื่องชาร์จไฟฟ้าภายในรถยนต์ 6.6 กิโลวัตต์
เครื่องชาร์จไฟฟ้าเร่งด่วน 50 กิโลวัตต์
แชสซีส์ ระบบกันสะเทือนด้านหน้า อิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท
ระบบกันสะเทือนด้านหลัง ทอร์ชันบีม พร้อมลีฟสปริง
ระบบบังคับเลี้ยว ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า
ระบบเบรก ควบคุมแรงดันด้วยไฟฟ้า
ขนาดล้อ 15 นิ้ว
ขนาดยาง 185 / 65 / R15
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด วัดมุมกันชนหน้า (Wall to Wall) 11.1 เมตร
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด วัดที่ล้อ (kerb to kerb) 10.6 เมตร

สมรรถนะ
ระยะทางขับขี่

(มาตรฐานทดสอบ WLTP) – ในเมือง

301 กิโลเมตร
ระยะทางขับขี่

(มาตรฐานทดสอบ WLTP) – เฉลี่ยในเมืองและนอกเมือง

200 กิโลเมตร
ระยะทางขับขี่ (มาตรฐาน NEDC) 280 กิโลเมตร
การบริโภคพลังงานไฟฟ้า (มาตรฐานทดสอบ WLTP – เฉลี่ยในเมืองและนอกเมือง) 259 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลเมตร
อัตรามลพิษคาร์บอนไดออกไซด์ (เฉลี่ย) 0 กรัม
ความเร็วสูงสุด 123 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. 14 วินาที
น้ำหนัก (หน่วยกิโลกรัม) น้ำหนักรถรวม (น้ำหนักรวมที่อนุญาตให้ใช้งานได้) 2,220ม. 2,250 ม.
น้ำหนักรถพร้อมใช้งาน 1,558 กิโลกรัม 1,689 กิโลกรัม
น้ำหนักบรรทุกสูงสุด 662 กิโลกรัม 561 กิโลกรัม
น้ำหนักรวมบนเพลาด้านหน้า (น้ำหนักรวมที่อนุญาตให้ใช้งานได้) 1,056 กิโลกรัม 1,061 กิโลกรัม
น้ำหนักรวมบนเพลาด้านหลัง (น้ำหนักรวมที่อนุญาตให้ใช้งานได้) 1,164 กิโลกรัม 1,189 กิโลกรัม
น้ำหนักบนเพลาด้านหน้าที่อนุญาตให้ใช้งานได้ 1,180 กิโลกรัม 1,180 กิโลกรัม
น้ำหนักบนเพลาด้านหลังที่อนุญาตให้ใช้งานได้ 1,200 กิโลกรัม 1,200 กิโลกรัม
ศักยภาพการลากจูงสูงสุด 410 กิโลกรัม
แรงกดในแนวดิ่งบนอุปกรณ์ลากจูงที่อนุญาตให้ใช้งานได้ 75 กิโลกรัม
น้ำหนักบรรทุกบนหลังคาสูงสุด 100 กิโลกรัม 100 กิโลกรัม
มิติตัวถัง ความยาว 4,560 มม. 4,560 มม.
ความกว้างรวมกระจกมองข้าง 2,011 มม. 2,011 มม.
ความกว้างไม่รวมกระจกมองข้าง 1,755 มม. 1,755 มม.
ความสูง (ไม่มีการบรรทุก) 1,858 มม. 1,858 มม.
ระยะฐานล้อ 2,725 มม. 2,725 มม.
ระยะโอเวอร์แฮงด้านหน้า 985 มม. 985 มม.
ระยะโอเวอร์แฮงด้านหลัง 850 มม. 850 มม.
ระยะล้อ 1,530 มม. 1,530 มม.
ความสูงจากพื้น (ไม่มีการบรรทุก) 153.4 มม. 153.4 มม.
เนื้อที่ในหองโดยสาร ความยาวสูงสุด 2,040 มม. 2,040 มม.
ความกว้างสูงสุด 1,500 มม. 1,500 มม.
ความสูงสูงสุด 1,358 มม. 1,358 มม.
ความกว้างขั้นต่ำระหว่างซุ้มล้อ 1,220 มม. 1,220 มม.
ความสูงพื้นที่บรรทุก 523.5 มม. 523.5 มม.
ความจุเนื้อที่บรรทุกสัมภาระ (สูงสุด) 4.2 ลูกบาศก์เมตร 3.0 ลูกบาศก์เมตร

 

เบาะพับปรับได้หลากหลายวิธี

คันเกียร์ขนาดกะทัดรัด

มาตรวัดขนาดใหญ่มองเห็นได้อย่างชัดเจน

สัมภาระของ 4 คน แบบเต็มคัน ยังมีพื้นที่เก็บได้อีกเยอะ

 

 

เรื่อง/ภาพ : พุทธิ  ผาสุข

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Related posts:

BMW Driving Experience 2016 ขับให้รู้..ดูให้เป็น
ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวานทริป กรุงเทพ – อิตาลี Day 13 : 15 มิ.ย. 2559ท่องเที่ยวเมืองคาซการ์
2016 THE NEW BMW X1 ภาพลักษณ์ใหม่ เท่ห์ลงตัว พร้อมรับทุกสถานการณ์
เปิดประสบการณ์สุดขั้วโลก ไซบีเรีย-มอสโก ตอนที่ 5
Audi Strike Back - จัดรถทดสอบ 6 รุ่นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ
TOYOTA  INNOVA CRYSTA 2.8V A/T ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ กับขุมพลังดีเซล คอมมอนเรล
ขับสนุกสุดฟิน กับ C 300 Cabriolet AMG Dynamic เที่ยวเขาใหญ่
ลองขับ ยาริส เอทีฟ รุ่น S  อีโคคาร์ ซีดานจากโตโยต้า ที่น่าจับตามอง

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up