NEW MG ZS สมาร์ทเอสยูวี..ควรซื้อหรือไม่?

เข้าเรื่องกันแบบตรงๆ เพราะคำถามที่ถูกถามถึง NEW MG ZS คันนี้คือ รถวิ่งอืดกับกินน้ำมันเยอะหรือเปล่า และหลังจากที่ได้ทดลองขับจากกรุงเทพไปถึงระยอง ลองใช้ระบบ i-Smart ขับแบบใช้งานจริง พิจารณาถึงตัวรถและกลุ่มเป้าหมายของรถคันนี้แล้ว..สรุปคือ ถ้าคุณเป็นคนโสด ชอบขับรถเร็ว กรุณาข้ามบทความนี้ไป แต่ถ้าคุณมีครอบครัว อยากได้รถเอสยูวีเอาไว้ใช้งานสักคัน และเป็นคนธรรมดาๆ ที่ใช้รถเพื่อใช้ชีวิตจะเป็นรถคันแรกหรือคันที่สองของบ้านก็ได้ อยากให้ลองอ่านตามสิ่งที่ผู้เขียนได้สัมผัสมา และคิดดูว่าชีวิตเราเหมาะกับรถแบบนี้หรือไม่? แต่สำหรับผู้เขียนตอนนี้ในวัยหลักสี่มีครอบครัว จะจองรถคันนี้แบบที่ไม่ต้องคิดมากเลยจริงๆ

คิดแล้วมี 6 เหตุผลที่ควรซื้อ NEW MG ZS นั่นคือ..

1.การออกแบบตัวถังและภายในห้องโดยสารที่ทำให้รถคันนี้ดูแพง! ขนาดตัวถังของ NEW MG ZS มีขนาดที่ใหญ่แบบรถเอสยูวีทั่วไป หน้าตาอาจจะละม้ายคล้ายค่ายอื่นๆ อยู่บ้าง แต่ยอมรับว่ามันถูกออกแบบมาได้สวยสมส่วน ตั้งแต่กระจังหน้า กันชนหน้า เส้นสายข้างตัวรถ ไปถึงไฟท้าย LED Tube (แอลอีดี ทิวบ์) มีไฟหน้าโปรเจคเตอร์และไฟ daytime running light ดูหรูทีเดียว ที่สำคัญเมื่อเข้ามาในห้องโดยสารจะพบว่า ห้องโดยสารนั้นกว้างมาก พื้นที่ head room รองรับผู้เขียนที่สูง 180 ซม. ได้อย่างสบายและไม่อึดอัด ที่เบาะนั่งด้านหลังมีพื้นที่ระหว่างขากับเบาะหน้าขนาดที่สามารถนั่งไขว้ขาได้ มีความรู้สึกปลอดโปร่งไม่อึดอัด ซึ่งหากเทียบกับรถเอสยูวีอื่นๆ แล้ว แน่นอนว่ามีความกว้างขวางสะดวกสบายใกล้เคียงกัน..แต่ราคาของ NEW MG ZS นั้นล่อตาล่อใจมากกว่าเยอะ

2.ระบบ i-Smart หรือระบบสั่งการอัจฉริยะ และแอพพลิเคชั่น MG iSmart สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีจะมีความสนุกที่รออยู่ โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเป็นเจ้าของรถ คุณจะต้องพูดคุยกับระบบ i-Smart บ่อยๆ เพื่อให้ระบบนั้นจดจำเสียง เพื่อให้สั่งงานด้วยเสียงได้อย่างแม่นยำมากขึ้น แรกๆ ระบบอาจยังไม่ทำตาม แต่หากลองใช้ไปสักพักทุกอย่างจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง ซึ่งระบบนี้รองรับการสั่งแบบภาษาไทย โดยที่ใช้สำเนียงแบบไทยๆ นี่ล่ะ

โดยสามารถสั่งให้รถเปิดหลังคาซันรูป, เปิดกระจก, ปรับระดับความเย็นของเครื่องปรับอากาศ, ปรับองศาของช่องแอร์, สั่งให้โทรออกและรับสาย, สั่งเปิดวิทยุ เล่นซีดี, เปิดปิดระบบนำทาง, ตรวจสอบสถานะของรถและความผิดปกติของรถได้จากแอพฯ ซึ่งจะมีโหมดคำสั่งที่ถูกตั้งเอาไว้แล้ว รวมถึงสั่งการผ่านโมบายแอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ด้วย โดยสั่งให้สตาร์ทเครื่องยนต์ได้, สั่งล็อคและปลดล็อค, ระบบค้นหารถผ่านสมาร์ทโฟน, เปิดระบบปรับอากาศ แถมยังอัพเดทระบบได้ง่ายๆ เช่นเดียวกับการอัพเดทระบบในสมาร์ทโฟนที่สามารถอัพเดทได้เองโดยไม่ต้องนำรถเข้าศูนย์บริการ แต่หากใครไม่ชอบใช้ระบบพวกนี้ก็เลือกเป็นรุ่นเริ่มต้นหรือรุ่น C ก็ได้..แต่จะว่าไปแล้วราคาที่เพิ่มขึ้นมาอีกไม่มากก็จะได้ทุกอย่างแบบครบๆ จะไม่ลอง “ฮัลโหล เอ็มจี” ดูบ้างเหรอ? อาจจะชอบก็ได้

3.หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา ที่ทำให้ห้องโดยสารโปร่งสบาย ซึ่งเจ้าซันรูฟแบบพาโนรามานี้มีขนาดถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่หลังคาทั้งหมด (เฉพาะรุ่น X) หากเมื่อเปิดซันรูฟแล้ว บรรยากาศในรถจะเปลี่ยนไปทันที แถมยังเป็นรถราคาไม่ถึงหลักล้าน แต่มีหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาที่ปกติจะมีแต่ในรถเอสยูวีหรูระดับพรีเมี่ยมเท่านั้น

4.พวงมาลัยปรับน้ำหนักได้ 3 โหมด (ในเมือง, มาตรฐานและสปอร์ต) นอกจากพวงมาลัยจะเป็นแบบแร็คแอนด์พิเนียน ควบคุมด้วยไฟฟ้า ยังสามารถเลือกปรับน้ำหนักของพวงมาลัยเพิ่มเติมได้อีก ซึ่งหากปรับเป็นโหมดในเมือง น้ำหนักจะเบามือมาก ส่วนโหมดสปอร์ตพวงมาลัยจะนิ่งขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง ให้ความรู้สึกมั่นใจ เป็นอะไรที่ใช้งานได้ดีไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงขับ

5.จัดเต็มเรื่องระบบความปลอดภัย รถราคาไม่ถึง 8 แสน แต่ให้ระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็มทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) พร้อมถุงลม 6 จุด คู่หน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย ระบบความปลอดภัยแบบ SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM รวม 9 ฟังก์ชั่น ที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว รวมทั้งอีก 17 ข้อด้านล่างนี้

  1. ABS – Anti-lock Braking System ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน
  2. EBD – Electronic Brake Force Distribution ระบบช่วยกระจายแรงเบรก
  3. EBA (Electronic Brake Assist) ระบบเสริมแรงเบรก
  4. TCS – Traction Control System ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล
  5. CBC – Curve Brake Control ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง
  6. SCS – Stability Control System ระบบควบคุมการทรงตัว
  7. HAS – Hill Start Assist System ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน
  8. TPMS – Tire Pressure Monitor System ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง (เฉพาะรุ่น X)
  9. Emergency Stop Signal ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน
  10. Follow Me Home Light ไฟส่องสว่างนำทางหลังจากเครื่องยนต์
  11. จุดยึดเบาะที่นั่งเด็ก ISOFIX
  12. เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ
  13. เข็ดขัดนิรภัยแถวหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
  14. พวงมาลัยยุบตัวเมื่อเกิดการชน
  15. กล้องมองหลัง
  16. สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง
  17. ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และสัญญาณกันขโมย

6.ราคาสุดเร้าเขย่าหัวใจ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดราคาขายแบบที่ใครได้ยินแล้วต้องร้องว้าว!! เพราะ NEW MG ZS  ออกจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่น คือ

NEW MG ZS รุ่น C ราคา  679,000 บาท

NEW MG ZS รุ่น D ราคา  729,000 บาท

NEW MG ZS รุ่น X ราคา  789,000 บาท

มีรถในกลุ่มเอสยูวีรุ่นไหนบ้างที่มีราคาแบบนี้ ถึงจะบอกว่า MG ZS เป็น B-SUV ไม่ใช่ครอสโอเวอร์ แต่ด้วยขนาดตัวถัง พื้นที่ห้องโดยสารกว้าง เมื่อเทียบกับคู่แขงแน่นอนว่าอาจจะแพ้ในบางเรื่อง แต่สุดท้ายพอดูราคา….คงตัดสินใจได้ว่าซื้อ MG ZS ยังมีเงินเหลือไปทำอย่างอื่่นได้อีกเยอะ คุ้มหรือเปล่าลองถามใจดู…

นอกเหนือจากนี้ ในส่วนของเครื่องยนต์ที่บางคนแย้งว่ามันอืด!! ตรงนี้คงต้องถามกลับว่าคำว่า “อืด” มันมีคำจำกัดความว่าอย่างไร เพราะด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที บวกกับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode มันจะแบกรับน้ำหนักตัวถัง 1,258 กิโลกรัม หรือ 1.2 ตัน ได้แค่ไหน ผลจากการขับที่ได้คือ มันไม่ได้ทำให้รู้สึกตะขิดตะขวงใจถึงขนาดที่วิ่งไม่ออกเลยสักนิด หากขับใช้งานทั่วไป กดคันเร่งเดินเครื่องเนียนๆ ไม่ได้กดคันเร่งแบบกระแทกกระทั้นคั้นเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี รถคันนี้สามารถทำความเร็วต่อเนื่องได้แตะ 160 กม./ชม. ได้สบาย เพียงแต่สิ่งที่ทำให้ต้องระวังก็คือ ในจังหวะเร่งแซง หากรอบเครื่องอยู่ต่ำกว่า 3,000 รอบ การเร่งแซงมันช้าไปหน่อย แต่วิธีแก้ปัญหาหากจำเป็นต้องเร่งแซง ให้ตบเกียร์มาเป็น Manual Mode แล้วลดเกียร์ลงมา 1 เกียร์ ก็จะได้พละกำลังในการแซงได้เหมือนกัน ส่วนใครที่กังวลเรื่องจังหวะเร่งแซง อยากแนะนำว่าถ้าจังหวะจะแซงมันยังไม่ปลอดภัย หรือดูแล้วรถคันหลังจะขับมาเร็วก็อย่างเพิ่งแซง เพราะรถเอสยูวีแบบนี้ ส่วนใหญ่ใช้กันแบบครอบครัว คงไม่มีใครที่พาคนในครอบครัวเร่งแรงซิ่งแซงเหมือนกับรถเก๋งซีดานหรือรถสปอร์ตอย่างแน่นอน

ส่วนเรื่องของอัตราสิ้นเปลือง รถที่ใช้ขับไประยองกันในวันนั้นเติมน้ำมันแก็สโซฮอล์ E20 แต่ละคันสไตล์การขับต่างกัน แต่เฉลี่ยอยู่ที่ 8-14 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนรถที่ผู้เขียนขับเอง มาตรวัดแจ้งเอาไว้ที่ 13 กิโลเมตรต่อลิตร ขับแบบใช้งานทั่วไป นั่ง 2 คน มีเร่งแซง มีเร่งความเร็วที่มีข้อจำกัดไม่เกิน 120 กม./ชม. ตามกฎหมายกำหนด ก็ไม่ได้กินน้ำมันอย่างที่กังวลกันขนาดนั้น

สาธยายมาขนาดนี้ ถึงบอกว่าถ้าเป็นคนที่ชอบขับรถเร็วเป็นชีวิตจิตใจขอให้ข้ามผ่านไป แต่ถ้าเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับ NEW MG ZS เชื่อว่าจะรู้สึกแบบเดียวกับที่ผู้เขียนรู้สึก อยากให้ลองสัมผัสลองขับดูแล้วชวนครอบครัวเข้าไปนั่ง เปิดซันรูฟ แล้วสังเกตแววตาของคนที่นั่งเบาะหลัง คุณอาจจะอยากลอง “ฮัลโหล..เอ็มจี” บ้างก็ได้.

 

 

 

 

 

 

เรื่อง: พุทธิ  ผาสุข

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Related posts:

ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ทริป คาราวานอีสาน ประตูสู่อินโดจีน วันที่ 3 อุบลราชธานี – มุกดาหาร – นครพนม
Mercedes-AMG GT S V8 510 แรงม้า แรง หรู มีสไตล์
วันที่ 8 คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ช่วงที่3 อุสเบกิสถาน – อิหร่าน
Volvo XC90 T8 Twin Engine Momentum เอสยูวีจอมพลังแห่งแดนไวกิ้ง
ทดสอบ TATA SUPER ACE MINT !! MINI TRUCK ใหม่จากแดนภาระตะ
เปิดประสบการณ์สุดขั้วโลก ไซบีเรีย-มอสโก ตอนที่4
ขับ “อีซูซุ วี-ครอส 4x4” สัมผัสวิถีชีวิตพอเพียง ความสุขที่ออกแบบได้
ซูซูกิ ชวนขับ Suzuki CIAZ เวอร์ชั่นล่าสุด เสริมออฟชั่น เพิ่มความหรู ราคาเท่าเดิม

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up