ค่ายรถพร้อมใจส่งกระบะ-เอสยูวี ครองเวทีดีทรอยต์ ออโต้ โชว์ 2018

เทรนด์ของวงการรถยนต์โลกกำลังเปลี่ยนสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า แต่การที่ราคาน้ำมันคงที่มานาน ทำให้บรรดาค่ายรถยนต์เลือกนำกระบะที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ และเอสยูวีมาเป็นไฮไลต์บนเวทีของงานแสดงรถยนต์ North American International Auto Show 2018 ที่เมืองดีทรอยต์ ประเทศสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้

GENERAL MOTORS

เริ่มต้นที่เจ้าถิ่น Chevrolet แบรนด์หลักในเครือ General Motors เปิดตัวรถกระบะฟูลไซส์ All-new Silverado เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปีที่พวกเขาผลิตรถกระบะคันแรกส่งมอบให้ลูกค้าในเดือนมกราคม 1918

การใช้วัสดุตัวถังใหม่ทำให้ 2019 Silverado มีน้ำหนักเบาขึ้น 450 ปอนด์จากเจเนอเรชั่นที่ 3 มีตัวเลือกเครื่องยนต์ 6 ระดับ รวมถึงเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล Duramax 3.0L รุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกใช้งานในรถยนต์หลากหลายรุ่นของ Chevrolet ในปัจจุบัน ขณะที่รุ่นเครื่องยนต์ 6.2L จะเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ติดตั้งระบบ Dynamic Fuel Management ควบคุมการปิดของลูกสูบช่วยให้ประหยัดน้ำมันสูงขึ้น โดยทั้ง 2 รุ่นจะใช้เกียร์อัตโนมัติใหม่ Hydra-Matic 10 สปีด

นอกจากนี้เป็นครั้งแรกที่ Chevrolet จัดโซน Virtual Dynamics Lab เพื่อให้ผู้เข้าชมงานสัมผัสเบื้องหลังการทดสอบรถยนต์ผ่านประสบการณ์ 4-D Virtual Reality โดยรวมถึงการทดสอบ All-new Silverado บนเส้นทางกว่า 7 ล้านไมล์ก่อนจะผลิตออกมาขายจริง

FORD

คู่แข่งร่วมเมืองดีทรอยต์ Ford เลือกเปิดตัวรถกระบะ Ranger ที่ตลาดอเมริกาถือว่าเป็นไซส์กลาง อาศัยจุดขายด้านวิศวกรรมที่แข็งแกร่ง ‘Built Ford Tough’ และจัดแพ็กเกจระบบช่วยเหลือการขับขี่ชุดใหญ่ที่ทำให้ขับง่ายทั้งบนถนนปกติหรือเส้นทางออฟโรด

ตามข้อมูล 2019 Ranger เป็นรุ่นที่ผลิตเพื่อตลาดอเมริกาเหนือโดยเฉพาะ ทำให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างตัวถังผลิตจากเหล็กคุณภาพสูงเพื่อรองรับความแรงของเครื่องยนต์ EcoBoost 2.3L ที่ผู้บริหาร Ford ระบุเพียงว่าจะมีแรงบิดเท่าเครื่องยนต์ 6 สูบ และประสิทธิภาพประหยัดน้ำมันเหมือนเครื่องยนต์ 4 สูบ โดยจะใช้เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เป็นครั้งแรกสำหรับรถกระบะเซกเม้นต์นี้ของประเทศสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม Ford จัดอีก 1 ไฮไลต์สำคัญบนเวทีดีทรอยต์ ออโต้โชว์ ด้วยการเผยโฉมรถรุ่นพิเศษ Mustang Bullitt เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี Bullitt ภาพยนตร์แอคชั่นคลาสสิกของพระเอก Steve McQueen ที่จะผลิตจำนวนจำกัด

ความพิเศษของ Mustang Bullitt ไม่เพียงจะใช้อุปกรณ์ตกแต่งแบบย้อนยุค และเกียร์ธรรมดาเหมือนรุ่นที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ แต่จะเป็นการกลับมาใช้เครื่องยนต์ 5.0L V8 ที่จะให้กำลังมหาศาล 475 แรงม้า และแรงบิด 570 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 163 ไมล์/ชม. หรือราว 260 กม./ชม. เหนือกว่า Mustang GT อีกด้วย

RAM TRUCKS

แบรนด์รถกระบะของกลุ่ม Fiat Chrysler Automobiles (FCA) มีการใส่เทคโนโลยีไฮบริดเข้ามาแต่ยึดความทรงพลังของเครื่องยนต์เป็นจุดขายเหมือนเดิมสำหรับ All-new 2019 Ram 1500 จะมีตัวเลือกทั้ง 3.6-liter Pentastar V-6 และ 5.7-liter HEMI V-8 ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 48 โวลต์ จะช่วยเพิ่มแรงบิดให้ 122 นิวตันเมตร และ 176 นิวตันเมตร ตามลำดับ

การพัฒนาโครงสร้างตัวถังใหม่จะทำให้ 2019 Ram 1500 มีน้ำหนักรวมลดลง 102 กิโลกรัมหากเทียบกับรุ่นก่อน รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 1,043 กิโลกรัม และลากจูงสิ่งของน้ำหนักมากสุด 5780 กิโลกรัม รวมทั้งระบบแอโรไดนามิกส์ที่มีค่าแรงต้าน 0.357 ดีที่สุดในบรรดารถกระบะระดับเดียวกัน

TOYOTA

ถึงจะประสบปัญหายอดขายรถยนต์ซีดานตกต่ำในประเทศสหรัฐฯ แต่ Toyota ยังเลือกใช้เวทีที่ดีทรอยต์ เปิดตัวพรีเมียมซีดานขนาดกลาง Avalon ที่มีการระดมทีมงานของพวกเขาทั่วแดนลุงแซมมาพัฒนาด้วยความหวังจะพลิกสถานการณ์ของเซกเม้นต์นี้ให้ได้ โดยวางกำหนดขายจริงในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลินี้

โครงสร้างหลักจะเป็นแพล็ตฟอร์ม TNGA K เหมือนกับ Camry แต่จะใส่ระบบช่วงล่าง Multi-Link Rear Suspension และเป็นครั้งแรกที่ติดตั้งระบบ Adaptive Variable Suspension (AVS) มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ 3.5L V6 และไฮบริด Toyota Hybrid System (THS II)

นอกจากความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารจะเป็นครั้งแรกของแบรนด์นี้ที่ติดตั้ง Apple CarPlay เพื่อรองรับการใช้งาน i-Phone เป็นมาตรฐานครั้งแรก รวมทั้งเครื่องปล่อยสัญญาณ WiFi, แท่นชาร์จไฟ Qi Wireless Charging, ระบบเชื่อมต่อ Toyota Remote Connect รองรับ Smartwatch และ Amazon Alexa Connectivity เรียกว่ารองรับการใช้งานคนยุคโซเชียลเน็ตเวิร์คทุกด้านจริงๆ

LEXUS

ไม่ใช่ว่า Toyota จะไม่คิดแข่งขันในตลาดรถกระบะหรือรถอเนกประสงค์ แต่เลือกจะมอบหน้าที่ให้ Lexus แบรนด์หรูในเครือที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์คาร์ LF-1 Limitless ที่ถูกยกให้เป็นอนาคตของครอสส์โอเวอร์ที่จะเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของพวกเขา

แนวทางการดีไซน์ของ LF-1 Limitless ได้แรงบันดาลใจจากเหล็กที่ถูกหลอมเพื่อขึ้นรูปตีเป็นดาบญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียง แฝงด้วยความพลิ้วไหว และเฉียบคมสะท้อนให้เห็นรูปแบบของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยรุ่นที่จะผลิตขายจริงจะรองรับทั้งระบบไฮบริด, ปลั๊ก-อิน ไฮบริด, ฟิวเซลล์ และพลังงานไฟฟ้า ตามแผนสู่ทศวรรษใหม่ของ Toyota

นอกจากนี้การเปิดตัวรถต้นแบบรุ่นล่าสุดเป็นการตอกย่ำแนวทางของ Lexus ที่เป็นผู้บุกเบิกเซกเม้นต์ครอสส์โอเวอร์ลักชัวรี่ ด้วยการเปิดตัว RX 300 ที่ดีทรอยต์ เมื่อ 2 ทศวรรษก่อน และรักษาตำแหน่งยอดขายสูงสุดในกลุ่มนี้มาตลอดถึงปัจจุบันจะมีคู่แข่งมากกว่า 50 โมเดลก็ตาม

HONDA

เรียกว่าไม่ยอมน้อยหน้าคู่แข่งร่วมชาติจริงๆ Honda เลือกไฮไลต์บนเวทีของพวกเขาด้วยการเผยโฉมรถต้นแบบ Acura RDX Prototype เป็นครั้งแรกของโลก ด้วยการดีไซน์ใหม่ที่พวกเขาประกาศว่าจะเป็นการเข้าสู่ยุคใหม่ของรถยนต์กลุ่มลักชัวรี่เลยทีเดียว

แต่การที่เลือกใช้คำว่า Prototype แทนที่จะเป็น Concept Car หมายความว่าลูกค้าชาวอเมริกันที่ถูกใจไม่ต้องรอนาน ปลายปีนี้ Acura RDX เวอร์ชั่นผลิตขายจริงในประเทศสหรัฐฯ พร้อมจะให้จับจองเป็นเจ้าของ

ทำให้รายละเอียดถูกปล่อยออกมาค่อนข้างเยอะ โดยจะใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0L DOHC VTEC และเป็นครั้งแรกของครอสส์โอเวอร์เอสยูวีที่จะใช้เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมทั้งระบบควบคุมการขับขี่ Acura Super-Handling All Wheel Drive (SH-AWD) รวมทั้งจะเป็นโมเดลแรกที่ใช้ภาษาในการออกแบบ Acura Precision Concept ในการดีไซน์ทั้งคัน

NISSAN

อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น Nissan มีคอนเซ็ปต์คาร์รุ่นใหม่มาสร้างความฮือฮาในทุกเวทีมอเตอร์โชว์ทั่วโลก โดยคราวนี้พวกเขานำเสนอ Xmotion รถต้นแบบเอสยูวีแบบ 3 แถวที่จะถูกใช้เป็นแนวทางดีไซน์ของแบรนด์ในอนาคต

ผู้บริหาร Nissan อธิบายว่า Xmotion ถูกเลือกให้นำเสนอด้านที่ดุดัน และทรงพลังของแนวทางการเคลื่อนที่อัจฉริยะ-Nissan Intelligent Mobility การปรับดีไซน์กระจังหน้า V-motion ให้มีความน่าเกรงขาม หรือจะเป็นการใช้ยางแบบ All-terrain แต่ห้องโดยสารภายในจะผสมผสานความเป็นตะวันตก และตะวันออกเอาไว้อย่างกลมกลืนเหมือนรถต้นแบบของพวกเขาในช่วง 2-3 ปีหลัง

นอกจากจะใช้หน้าจอแสดงข้อมูลเป็นแผงยาวที่เป็นเทรนด์ในปัจจุบัน พื้นที่ห้องโดยสารของ Xmotion ถูกกำหนดเป็นแบบ “4+2” เพื่อการใช้งานของคู่รักหนุ่มสาวที่อาจจะมีเพื่อนๆ, ลูก หรือสัตว์เลี้ยงของพวกเขาร่วมเดินทางบริเวณที่นั่งแถวที่ 3 พร้อมออกแบบกล่องเก็บสัมภาระบนหลังคาตามหลักแอโรไดนามิกส์ทำให้มีแรงต้านทานลมต่ำเพื่อขนกระเป๋าเดินทางหรืออุปกรณ์กีฬา

INFINITI

ทำให้ Infiniti แบรนด์รถหรูของ Nissan ฉีกแนวด้วยการนำเสนอรถสปอร์ตต้นแบบ Q Inspiration Concept ที่รูปทรงมาในแนวน้อยแต่มาก Minimalist ยึดหลักการให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง และทำหน้าที่เหมือนสื่อกลางในการโชว์เทคโนโลยีล่าสุดจากทีมวิศวกรของพวกเขา

Q Inspiration จะเป็นต้นแบบของการผลิตรถยนต์เพื่อขายจริงที่จะใช้เครื่องยนต์ VC-Turbo Variable Compression Ratio Engine และติดตั้ง ProPILOT รุ่นใหม่ล่าสุดที่จะช่วยยกระดับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติขึ้นไปอีกขั้น

MERCEDES-BENZ

เข้าสู่แบรนด์ฝั่งยุโรป Mercedes-Benz เริ่มต้นปี 2018 ด้วยการหวนกลับสู่ความคลาสสิกของ New G-Class หนึ่งในตำนานออฟ-โรดที่ถูกปรับโฉมครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ แต่คงเอกลักษณ์ดั่งเดิมไว้อย่างครบถ้วน

หัวใจสำคัญของเอสยูวีรุ่นนี้ต้องเป็นเครื่องยนต์ โดย New G 500 ขับเคลื่อนด้วยขุมกำลังเบนซิน 4.0L V8 เสริมด้วย Biturbo ให้กำลังสูงสุด 422 แรงม้า และแรงบิด 610 นิวตันเมตร ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic ช่วยให้อัตราบริโภคน้ำมันจะอยู่ที่ 11.1 ลิตร/100 กม. และปล่อยค่าไอเสีย 263 กรัม/กม.

นอกจากนี้เพิ่มโหมดการขับขี่ G-Mode” จะช่วยปรับระดับความสูงของตัวถัง, การควบคุมพวงมาลัย และอัตราการเร่งของเครื่องยนต์ไม่ให้มีการปรับเกียร์โดยไม่จำเป็นเพื่อรองรับการใช้งานแบบออฟ-โรดอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง ภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMG มีการส่ง 3 โมเดลใหม่มาเอาใจบรรดาผู้หลงใหลความเร็วภายใต้รหัส 53-Series ของรุ่น CLS, E-Class Coupe และ E-Class Cabriolet ที่จะใช้เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ 3.0L เสริมด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า EQ Boost ขนาด 48 โวลต์ ทำให้มีกำลังสูงสุด 435 แรงม้า และแรงบิด 520 นิวตันเมตร

BMW

ดีทรอยต์ ออโต้โชว์ ครั้งนี้ค่ายรถยนต์จากเมืองมิวนิค ไม่มีคอนเซ็ปต์คาร์รุ่นใหม่มาโชว์เหมือนคู่แข่ง โดยเลือกจะโฟกัสกับครอสส์โอเวอร์ X2 ที่ถึงจะเป็นเพียงต้นแบบ แต่เตรียมจะเริ่มต้นขายจริงในสหรัฐฯ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

อย่างที่รู้กัน X2 จะเป็นเวอร์ชั่นที่สปอร์ตมากขึ้นของ X1 ที่ได้รับความนิยมสำหรับคนมีครอบครัว โดยตลาดสหรัฐฯ จะมีให้เลือกเพียงรุ่น X2 xDrive28 เครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0L เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ทำให้มีอัตราเร่งที่เร้าใจระดับ 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 6 วินาที

VOLKSWAGEN

ก็ไม่รู้ว่าคดี Dieselgate ยังเคลียร์ไม่จบร้อยเปอร์เซ็นต์รึเปล่า ทำให้ Volkswagen ตัดสินใจยก Jetta คอมแพ็กต์ซีดานเจเนอเรชั่นใหม่เป็นโปรดักส์หลักของแบรนด์ในการทำตลาดแถบอเมริกาเหนือแทนที่รถอเนกประสงค์เอสยูวีที่ยังต้องใช้เวลากอบกู้ชื่อเสียงอีกพักใหญ่

Volkswagen ระบุว่าพวกเขาพัฒนารถรุ่นนี้เพื่อเอาใจลูกค้าชาวอเมริกันโดยเฉพาะ ตั้งแต่รูปทรงตัวถังสไตล์คูเป้ ติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่มาเป็นมาตรฐานทั้ง Front Assist และ Blind Spot Monitor โดยเครื่องยนต์มีประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันสูงสุดด้วยเทอร์โบชาร์จ 1.4 TSI 150 แรงม้า มีตัวเลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด กำหนดขายในประเทศสหรัฐฯ จะเป็นช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

HYUNDAI

ปิดท้ายด้วยแบรนด์เกาหลี Hyundai ที่ประสบความสำเร็จในสหรัฐฯ มาต่อเนื่องหลายปี จนเริ่มมั่นใจเจาะตลาดรถสมรรถนะสูง-High Performance เป็นครั้งแรกกับ 2019 Veloster N ที่ใช้สนามนูร์เบิร์กริงต์ของประเทศเยอรมนี เป็นสถานที่ทดสอบ ก่อนจะเริ่มต้นผลิตที่เกาหลีใต้ ในเดือนกันยายนนี้ และวางกำหนดขายในประเทศสหรัฐฯ ช่วงปลายปี 2018

ขุมกำลังจะเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 2.0L Direct-injected กำลังสูงสุด 275 แรงม้า และแรงบิด 352 นิวตันเมตร แต่จะมีให้เลือกเฉพาะเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ติดตั้งระบบควบคุมช่วงล่างไฟฟ้า Electronically-controlled ทำงานร่วมกับ Multiple Track-tuned

 

เรื่อง: พูนทวี สุวัตถิกุล

ขอบคุณข้อมูล: Automotive Media

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Related posts:

ความหลากหลาย คือ พลังขับเคลื่อนของเจนเนอรัล มอเตอร์ส
เจาะวิธีการเลี่ยงภาษี วงการรถหรู !!
เที่ยวป่า โอเพ่น ฝ่าวิกฤตมหาโหด หนุ่มเมืองหมูย่างกระโดดคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง
ครึ่งปีผ่าน ฮอนด้า แรง !! กวาดยอดขายรถยนต์นั่ง ขึ้นนำอันดับ 1
เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย สไตล์การแต่งตัวของชาวสองล้อ
รวมไฮไลต์คอนเซ็ปต์คาร์,รถใหม่—แฟร้งค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ 2017
มิตซูบิชิ จัดหนัก เตรียมส่งรถรุ่นใหม่ ! สู้ศึกปี18 หวังกินมาร์เก็ตแชร์ 10 % ใน 4 ปี
YAMAHA FJR 1300 P…ปีกบินใหม่ของตำรวจทางหลวงอมเริกา

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up