ปิยะเทพ ศิวากาศ ความท้าทายใหม่กับ Maserati

หลังจากมีการเปลี่ยนสิทธิ์ตัวแทนนำเข้า-จัดจำหน่าย Maserati แบรนด์รถสปอร์ตอิตาเลี่ยน ในประเทศไทย มาอยู่ภายใต้การบริหารของ Design MotorWork ในเครือบริษัท MGC-Asia เมื่อช่วงต้นปี 2017 ปิยะเทพ ศิวากาศ ผู้บริหารประสบการณ์สูงในวงการรถยนต์ของประเทศไทย ถูกมอบหมายให้เข้ามาดูแลในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป Maserati Thailand และตอนนี้เขาพร้อมพูดถึงความท้าทายครั้งใหม่กับการกุมบังเหียนแบรนด์รถสปอร์ตที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 102 ปี…

ขอย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอะไรคือเหตุผลที่ MGC-Asia ตัดสินใจเข้ามาดูแล Maserati ต่อจากตัวแทนจำหน่ายเดิม?

ปิยะเทพ: “เหตุผลแรกคือในเครือ MGC-Asia เราโฟกัสในสินค้าที่อยู่ในระดับลักชัวรี่ทั้งหมด ธุรกิจของเราเริ่มต้นด้วยแบรนด์ BMW และ Mini (ภายใต้บริษัท Millennium Auto) หลังจากนั้นเราเริ่มองขึ้นไปข้างบน หากดูตามการกำหนดราคาของผลิตภัณฑ์ (Price Positioning) เราจะเห็นว่ารถยนต์ BMW จะมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 2 ล้านบาทจนถึง 8 ล้านบาท จากนั้นในกลุ่มของเราจะมี Aston Martin ที่ราคาอยู่ในราว 16-30 ล้านบาท และในกลุ่มบนสุด Rolls-Royce ราคา 32-50 ล้านบาท จะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ในเครือ MGC-Asia มีช่องว่างราคาอยู่ระหว่าง 8-15 ล้านบาท ซึ่งเป็นจังหวะที่เหมาะสมกับทาง Maserati S.p.A ที่อิตาลี กำลังมองหาพาร์ตเนอร์รายใหม่ ตอนนั้นมีการเจรจากับหลายบริษัทในประเทศไทย ก่อนที่เราจะผ่านเข้ารอบ และได้รับการคัดเลือกในที่สุด หากมองในแง่ของผลิตภัณฑ์ Maserati จะเข้ามาอุดช่องว่างในรถยนต์ราคาระดับ 8-15 ล้านบาทให้กับ MGC-Asia ได้อย่างลงตัวพอดี”

หลังจากเปิดตัวในฐานะผู้นำเข้า-ตัวแทนจำหน่ายรายใหม่อย่างเป็นทางการ กระแสตอบรับในช่วง 6 เดือนแรกเป็นอย่างไร?  

ปิยะเทพ: “ถือว่าดีครับ หากเทียบกับตัวเลขยอดขาย เราพิจารณาจากตัวเลขยอดจองในช่วงที่เราเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม-เมษายน หรือช่วงงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งล่าสุด ยอดจองที่เราได้รับสูงเกิน 100 เปอร์เซ็นต์หากเทียบกับยอดจดทะเบียนรถยนต์ Maserati เมื่อปีที่แล้ว โดยรถเอสยูวี Levante มีการตอบรับมากที่สุด รองลงมาจะเป็น Ghibi ในขณะเดียวกัน Quattroporte ถือเป็นโจทย์สำคัญของเรา จากการอยู่ในกลุ่มรถยนต์ซีดานขนาดใหญ่ และการที่เพิ่งเปิดตัวรุ่นปรับโฉมในต่างประเทศ ทำให้รูปลักษณ์ และเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปสู่อีกระดับ ทำให้เราเตรียมจะนำกลับมาทำตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มลูกค้าชาวไทยอีกครั้ง”

ในปัจจุบันผู้หญิงเริ่มหันมาใช้งานรถประเภทเอสยูวีมากขึ้น Maserati มีการปรับเปลี่ยนอย่างไรเพื่อรองรับเทรนด์ตรงนี้?

ปิยะเทพ: “กลุ่มลูกค้าสุภาพสตรีเป็นจุดที่เราโฟกัสอยู่พอดีครับ หากได้เห็นโฆษณาของ Levante ในต่างประเทศ จะเห็นได้ว่ามีการใช้ผู้หญิงเป็นพรีเซ็นเตอร์ Maserati กำลังจะสร้างภาพขึ้นมาใหม่ จากที่เคยเป็นรถกลุ่มซูเปอร์คาร์หรือ GT จะมีโมเดลใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมา เช่นเดียวกับในตอนที่เปิดตัวรุ่น Quattroporte ในตอนนี้ Maserati ถูกวางให้เป็นลักชัวรี่พรีเมียมของกลุ่ม Fiat Chrysler Automobiles หากย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ยอดขายทั่วโลกของ Maserati จะอยู่ที่ 7,000 – 9,000 คันเท่านั้น ก่อนจะเริ่มขยับขึ้นมาตั้งแต่ปี 2014 หลังจากที่ส่ง Ghibi ออกมา และตามด้วย Levante ในปี 2016 ทำให้ยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากหลักพันสู่ 30,000 คันต่อปี และเมื่อปี 2016 มียอดขายทั่วโลกสูงถึง 50,000 คัน”

“ผมเชื่อมั่นว่าโมเดลใหม่ที่จะทยอยเปิดตัวในอนาคตอันใกล้จะตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยแน่นอนว่าเอสยูวีเป็นรถที่ผู้หญิงชอบขับ นอกจากดีไซน์ที่สวยแล้วยังมีการแสดงภาพของความเป็นรถที่ขับง่ายไม่ใช่รถสปอร์ตที่มีสมรรถนะสูง จะเห็นได้จากการที่พวกเขาเริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์ดีเซลที่เหมาะกับผู้หญิงขับ แต่หลังจากนี้จะมีการเพิ่มทางเลือกเป็น Levante S ความแรง 430 แรงม้า เพื่อมาตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าผู้ชาย คนที่หลงใหลในแบรนด์ของ Maserati หรือการขับรถที่มีสมรรถนะสูง  เราก็พยายามที่จะขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น”

กลุ่มลูกค้าสุภาพสตรีเป็นจุดที่เราโฟกัสอยู่พอดีครับ หากได้เห็นโฆษณาของ Levante ในต่างประเทศ จะเห็นได้ว่ามีการใช้ผู้หญิงเป็นพรีเซ็นเตอร์ Maserati กำลังจะสร้างภาพขึ้นมาใหม่

ความคืบหน้าในการสร้างโชว์รูมแห่งใหม่ และการดูแลลูกค้า Maserati ที่ซื้อรถยนต์จากตัวแทนจำหน่ายเดิม?

ปิยะเทพ: “ตอนนี้โชว์รูมของเราที่สุขุมวิท 26 เดินหน้าไป 99 เปอร์เซ็นต์ เหลือรายละเอียดอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และการตรวจสอบขั้นสุดท้ายของตัวแทน Maserati จากต่างประเทศ โดยทั้งโชว์รูม และศูนย์บริการของเราใช้เงินลงทุนกว่า 30 ล้านบาท มีการสั่งวัสดุ และอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาจากประเทศอิตาลี โดยรองรับลูกค้าได้ทั้งหมด 6 ช่องซ่อม และ 5 ลิฟต์ยกรถ (Hoist) ในขณะที่จำนวนรถยนต์ Maserati ในประเทศไทย มีไม่ถึง 200 คัน ทำให้คาดว่าจะรองรับได้อีก 5-6 ปี”

“ในส่วนของลูกค้าเก่า เราได้รับความร่วมมือด้วยดีระหว่างการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์กับตัวแทนจำหน่ายเดิม โดย Design MotorWork จะดูแลทุกข้อผูกพันจากผู้แทนจำหน่ายเดิม โดยลูกค้าไม่ต้องกังวลใดๆ ขณะที่ลูกค้าใหม่เราจะมอบสิทธิพิเศษด้วยการบำรุงรักษาฟรี 3 ปี พร้อมเพิ่มระยะการรับประกัน 3 ปีหรือ 60,000 กิโลเมตร หมายความว่าในช่วงเวลานี้ลูกค้าแทบจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย เพราะเราต้องการทำให้ลูกค้าสบายใจที่ได้เข้ามาเป็นเจ้าของรถยนต์แบรนด์ Maserati”

จากการที่คุณปิยะเทพ มีประสบการณ์ในการบริหารแบรนด์รถยนต์ระดับลักชัวรี่ มายาวนานหลายปี การเข้ามารับผิดชอบ Maserati มีความแตกต่างจากการทำงานที่ผ่านมากน้อยแค่ไหน?

ปิยะเทพ: “เราสามารถนำสิ่งเหล่านั้นมาต่อยอดได้ ตอนที่ผมดูแล BMW เราเป็นเพียงดีลเลอร์ บริษัทแม่จะเป็นผู้สร้างแบรนด์ และวางแผนตัวผลิตภัณฑ์ เราเพียงแค่ทำการตลาดในแง่ของตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น แต่การได้รับสิทธิ์จาก Maserati เป็นการบริหารแบรนด์ทั้งหมด สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือขอบเขตงานที่กว้างขึ้นเหมือนจำลองการบริหารงานขนาดใหญ่ของบริษัทแม่ โดยเราต้องควบคุมทุกส่วนทั้งในแง่ของการตลาด การวางตำแหน่งของรถยนต์แต่ละรุ่น และวางกลยุทธ์ทางการตลาด รถในกลุ่มนี้การสร้างแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญ ต้องทำให้ลูกค้ายอมรับในแบรนด์ให้ได้ก่อน”

“ถ้าผมจะเปรียบเทียบคงเหมือนการชอบสะสมนาฬิกาของผู้ชายหรือกระเป๋าแบรนด์เนมของผู้หญิง ลูกค้าไม่ได้มีรถยนต์แค่คันเดียวจอดอยู่ที่บ้าน และน่าแปลกใจมากว่าเจ้าของรถยนต์ Maserati 60-70 เปอร์เซ็นต์เป็นลูกค้าของ Millennium Auto อยู่แล้ว ตัวผมก็รู้สึกตกใจหลังจากได้เห็นลิสต์รายชื่อลูกค้า เพราะเราไม่เคยรู้มาก่อนว่าพวกเขามีความชอบใน Maserati เช่นเดียวกับการมีนาฬิกาหลายเรือนหรือกระเป๋าแบรนด์เนมหลายแบบให้เลือกใช้ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นวิธีคิดคล้ายๆ กัน โดยสิ่งที่เรานำมาต่อยอดจาก BMW คือเซนส์ของลักชัวรี่ ในขอบเขตที่กว้างขึ้นทั้งในแง่ของการดูแล, บริการลูกค้า, การบริการหลังการขาย ที่ต่างมีส่วนสำคัญในระดับที่สูง”

สุดท้ายกับแผนงานของ Maserati ในอนาคต

ปิยะเทพ: “ในช่วงปีหน้าเรามีแผนจะให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสประสบการณ์ขับในสนามแข่งหรือการขับบนถนนปกติ ประสบการณ์เหล่านี้จะทำให้ลูกค้าได้มาสัมผัสกับจุดเด่นของ Maserati เพื่อจะได้รู้ว่าอะไรที่ทำให้แตกต่าง และอะไรที่ทำให้ลูกค้าหลายประเทศทั่วโลกตัดสินใจเลือกแบรนด์นี้ แผนงานตรงนี้ ถือว่ามีส่วนที่จะช่วยในเรื่องของการกระตุ้นยอดขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งเป้าไว้ได้ แต่เราไม่ได้เน้นการขายเป็นหลัก เราตั้งใจมุ่งเน้นไปที่การให้ประสบการณ์เหล่านี้กับลูกค้าก่อน ไม่ซื้อไม่เป็นอะไร ไม่จำเป็นว่าเชิญมาแล้วต้องมาซื้อ เราอยากให้ลูกค้าได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าคุณสมบัติทั้งหมดดังที่กล่าวมานั้นมันเป็นอย่างไร”

 

 

เรื่อง : พูนทวี/สัญชวัล

ขอบคุณข้อมูล : MGC-Asia

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Related posts:

สาวกนิสโมไทยมีลุ้น-นิสสันเล็งอิมพอร์ต GT-R Nismo
“รถบ้านคุณฉัตรชัย” พัฒนาสู่รถมือสองคุณภาพ NISSAN EMPEROR U-Cars
มร.ชิโร่ นากามูระ ผู้นำทีมออกแบบนิสสัน ประเทศญี่ปุ่น
Exclusive Talk: สเตฟาน จาค็อบบี กับ 1 ศตวรรษความแกร่งของกระบะเชฟโรเลต
INTERVIEW: จาตุรนต์ โกมลมิศร์ ‘พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาดรถยนต์มือสอง’
“ณัฐนิช ลีวัฒนาวรากุล กับเพื่อนซี้ Nissan 370Z”
“คริส เวลส์” ขุนศึกใหม่วอลโว่ พร้อมสานต่อแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในไทย
ซูซูกิ มั่นใจ ยอดขายปี 60 ทะลุเป้า !!

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up