Honda BR-V แน่ใจนะ!! ว่าคุณกล้าที่จะพาชีวิตไปให้สุด

brv

สำหรับผู้เขียนตอบเลยว่ากล้าและมั่นใจว่า BR-V คือรถที่ดีและตอบโจทย์การใช้งานอีกรุ่นหนึ่ง เหตุผลที่รองรับการตัดสินใจของผู้เขียน (โดยไม่ได้มีค่าโฆษณาลงเว็บและไม่ได้อยากอวย) ก็คือ เมื่อได้ทดลองขับและพิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายรวมถึงความคุ้มค่าคุ้มราคา Honda BR-V คือรถที่ควรรับเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว

BRV_group_test_34

Honda BR-V (บีอาร์-วี) เป็นรถครอสโอเวอร์ที่เป็นน้องเล็กในตระกูลรถ SUV ของฮอนด้า โดยมีพี่ใหญ่คือ CR-V และ พี่รอง HR-V ซึ่งหลายคนอาจมีคำถามว่า “แล้วรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Mobilio มันต่างจาก BR-V ยังไง” ถ้าให้ตอบแบบกำปั้นทุบดิน (ออกจะกวนไปสักหน่อย) ก็ต้องบอกว่า “เป็นรถคนละรุ่นคนละแบบไงล่ะ เอารถสองรุ่นมาจอดเทียบกันแล้วดูไม่ออกหรือว่ามันไม่เหมือนกัน” แต่ถ้าอธิบายให้ชัดๆ คือ Mobilio เป็นรถแบบ Minivan (มินิ แวน) ส่วน BR-V อยู่ในกลุ่ม SUV (เอสยูวี) แม้ว่าภายในห้องโดยสารจะมีขนาดที่เทียบเคียงกัน มีเบาะนั่งให้เลือกทั้งแบบ 5 และ 7 ที่นั่งเหมือนกัน แต่ความสูงใต้ท้องรถต่างกัน และด้วยการออกแบบที่เน้นการใช้งานที่ต่างกัน BR-V สามารถลุยไปตามเส้นทางต่างๆ ได้มากกว่านั่นเอง

BRV_group_test_07

Honda-Mobilio

เปรียบเทียบตัวถัง BR-V และ Mobilio

ตัวถังของ BR-V ออกแบบภายใต้แนวคิด Active Solid Motion ที่ต้องการสะท้อนความแข็งแกร่ง จึงออกแบบให้ด้านหน้ารถนั้นดูบึกบึนแต่แฝงด้วยความโฉบเฉี่ยวของกระจังหน้าโครเมียม ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ไฟหรี่แบบ LED และไฟท้ายแบบ LED ทรง C-Shape ที่มีเส้นสายที่ต่อเนื่อง ทำให้เมื่อมองรถจากด้านท้ายจะเห็นว่าตัวรถดูกว้างขวาง เส้นสายข้างตัวรถที่ให้ดูปราดเปรียวและเพรียวยาวทำให้นึกถึง Mobilio ขึ้นมาทันที และเติมความอเนกประสงค์ด้วยราวหลังคา (Roof Rail) ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน อีกทั้งปรับระดับความสูงของตัวถังจากพื้นถึงใต้ท้องรถเป็น 201 มม. มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ที่ดูลงตัว แต่หากอยากเสริมหล่อขึ้นไปอีก ลองเพิ่มขนาดล้อไปอีกสักนิดจะดูหล่อเหลาเอาการ

BRV_group_test_01

ส่วนภายในห้องโดยสารให้อารมณ์รถสไตล์ SUV เน้นโทนสีดำด้าน วัสดุตกแต่งคอนโซลแบบ Piano Black  พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง ผู้เขียนที่มีความสูงกว่า 180 เซนติเมตร นั่งแล้วรู้สึกสบายไม่อึดอัด มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย เช่น มาตรวัดเรืองแสงสีขาว พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด ช่องจ่ายไฟสำรอง ที่วางแก้วน้ำมากถึง 11 ตำแหน่ง ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสรองรับระบบ iOS และ Android ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ช่องเชื่อมต่อ USB พร้อมช่องเชื่อมต่อ HDMI สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ปุ่ม Push Start กระจกมองหลังแบบตัดแสง เป็นต้น และมีให้เลือก 2 รุ่น คือ

BRV_group_test_41

รุ่น SV คอนโซลกลางมีการออกแบบที่คล้ายกับใน Honda CITY ติดตั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1” พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ มีเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง เบาะนั่งแถวที่ 2 ปรับพับแยก 60:40 พนักพิงปรับเอนได้ 2 ระดับ สามารถปรับเลื่อนหน้า-หลังได้ เพื่อให้ผู้โดยสารแถวที่ 3 เข้า-ออกได้สะดวก ส่วนเบาะนั่งแถวที่ 3 มีพื้นที่มากพอที่จะวางขาแล้วไม่ติดกับเบาะแถวที่2 ซึ่งเบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถพับแยกแบบ 50:50 และพับตลบไปด้านหน้า 2 จังหวะ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายให้มากขึ้น รวมทั้งติดตั้งระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลังอีกด้วย

ห้องโดยสารและเบาะนั่งของรุ่น SV

BRV_group_test_37BRV_group_test_40BRV_group_test_44BRV_group_test_36BRV_group_test_45BRV_group_test_43BRV_group_test_42BRV_group_test_38BRV_group_test_48

BRV_group_test_30

ส่วนรุ่น V คอนโซลกลางต่างจากรุ่น SV พวงมาลัยเหมือนกับ Mobilio แต่ไม่มีระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ให้เบาะนั่ง 2 แถว 5 ที่นั่ง เบาะนั่งแถว 2 ปรับพับแยกแบบ 60:40 เช่นเดียวกับในรุ่น SV และพับตลบจังหวะเดียว เพื่อเพิ่มพื้นที่วางสัมภาระให้มากขึ้น และยังมาพร้อมถาดรองสัมภาระท้ายรถและกล่องอเนกประสงค์ใต้เบาะนั่งแถวที่ 2 ซึ่งรุ่นนี้หากใครที่หารายได้ด้วยการเปิดท้ายขายของจะค่อนข้างคุ้มค่ามาก

พื้นที่เบาะหลังของรุ่น V

BRV_group_test_28BRV_group_test_05BRV_group_test_06

 

 

BRV_group_test_27

ด้านขุมพลังมีขนาด 1.5 ลิตร SOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า 6,000 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุด 146 นิวตันเมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ใหม่ เทคโนโลยีเอิร์ทดรีม มีอัตราทดเกียร์ที่กว้าง ทำให้เครื่องยนต์มีแรงบิดสูงขึ้นในรอบเครื่องที่ต่ำลง ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราเร่งในขณะออกตัว มีการตอบสนองที่รวดเร็วขึ้นและประหยัดน้ำมันมากขึ้น อีกทั้งยังรองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85

ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม H-Shape มีคานบิดและคานสปริงที่ทำมาสำหรับรถยกสูง ส่วนแดมเบอร์ด้านหลังปรับปรุงให้เหมาะสมกับตัวรถที่สูงขึ้น เพื่อให้มีการยึดเกาะถนน ทรงตัวดี และให้การขับที่นุ่มนวลไม่กระด้างเมื่อเจอพื้นผิวที่ขรุขระ

BRV_group_test_19 BRV_group_test_24

ติดตั้งระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น ถุงลมคู่หน้า SRS, เข็มขัดนิรภัย 3 จุดแบบดึงกลับอัตโนมัติ (Emergency Locking Retractor – ELR), ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรกควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBD), ระบบควบคุมการทรงตัว (Vehicle Stability Assist – VSA), ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA), กล้องมองภาพด้านหลัง (Rearview Camera) เฉพาะในรุ่น SV และเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ที่ใส่ใจความปลอดภัยของเด็ก ด้วยจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX) เป็นต้น

BRV_group_test_21

ในส่วนของการทดลองขับ ครั้งนี้ทาง บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับแบบ Group Test บนเส้นทางในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเริ่มต้นจาก โรงแรมเลอ เมอริเดียน กลางเมืองเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่ร้านกาแฟ Nine – One Coffee อ.ดอยสะเก็ด ให้นั่งพักผ่อนชิลๆ ก่อนที่จะขับกลับมายังโรงแรมที่พักอีกครั้ง รวมระยะทางไป-กลับ ราว 110 กิโลเมตร แบ่งกันขับกับเพื่อนสื่อมวลชนทำให้ได้ขับกันแค่ 50 กว่ากิโลเมตร จึงรู้สึกว่าน้อยไปสักหน่อย แต่ก็พอที่จะนำเรื่องราวการทดลองขับในระยะสั้นๆ มาเล่าสู่กันฟังได้

BRV_group_test_22

ผู้เขียนและคุณรติ ปานทอง จาก www.gtrmaxx.com

สำหรับ BR-V รุ่นที่ผู้เขียนได้ขับเป็นรุ่น V โดยขับเป็นไม้ที่สองในช่วงขากลับ ขอนั่งสบายๆ ในช่วงขาไป ปล่อยให้ คุณรติ ปานทอง บก.สายซิ่ง จาก www.gtrmaxx.com ขับไปก่อน ซึ่งหากพูดในฐานะของผู้โดยสารขอบอกว่าค่อนข้างที่จะนั่งสบายทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง โดยเฉพาะเมื่อนั่งเบาะหลังจะรู้สึกถึงพื้นที่ว่างระหว่างหัวเข่าที่เหลือค่อนข้างเยอะ เบาะหลังที่ปรับเอนได้ ช่วยให้การเอนเบาะแล้วงีบหลับอยู่ในสรีระที่ไม่ทำให้เมื่อยหลัง

เมื่อถึงเวลาแตะมือให้ผู้เขียนได้ลองขับ พบว่าเมื่อเปิดประตูขึ้นไปนั่ง มีลักษณะการขึ้นที่เหมือนกับรถ SUV คือต้องก้าวขึ้น แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อสตาร์ทเครื่อง เสียงเครื่องยนต์เข้ามาเพียงเล็กน้อย ลองหมุนพวงมาลัยดูก็รู้สึกว่าเบาพอสมควร แต่ที่ชอบคือ แผงมาตวัดความเร็วเรืองแสงสีขาว พร้อมจอแสดงผลการขับขี่ MID ที่เหมือนกันใน Honda CITY มองง่ายและสบายตา

BRV_group_test_23 BRV_group_test_18

หลังจากออกตัวจากร้านกาแฟสักพัก ผู้เขียนลองขับสบายๆ ด้วยความเร็ว 60-80 กม./ชม. การตอบสนองของพวงมาลัยเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า (EPS)ค่อนข้างมีน้ำหนักที่ดีขึ้นกว่าตอนใช้ความเร็วต่ำ แต่ยังรู้สึกถึงความเบาเล็กน้อย ซึ่งสิ่งที่ชอบคือ เป็นพวงมาลัยที่ดูมีชีวิตชีวา ไม่เหมือนพวงมาลัยไฟฟ้าทั่วไป ทำให้มีความมั่นใจในการขับมากขึ้น อ้อ..พวงมาลัยในรุ่น V ถึงจะไม่ได้หุ้มหนังแต่ก็จับได้กระชับมือดี ส่วนการตอบสนองต่อการกดคันเร่งทำได้ดีขึ้น เนื่องจากเกียร์ CVT รุ่นใหม่นี้ ถูกปรับใหม่ให้มีการตอบสนองที่รวดเร็วและรู้สึกถึงพละกำลังที่มากขึ้นในช่วงเร่งแซง แต่ยังคงต้องรู้จังหวะการทำงานของรอบเครื่องอยู่เช่นเคย ถึงแม้ว่าเกียร์จะตอบสนองได้เร็ว แต่เมื่อคิกดาวน์รอบเครื่องจะกวาดขึ้นสูงถึง 6,000 รอบ แต่ความเร็วจะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้น ทำให้การเร่งแซงในบางครั้งต้องอาศัยจังหวะดีๆ แต่หากเลี้ยงรอบเครื่องเอาไว้ก่อนแซงสัก 3,000 รอบแล้วกดคันเร่งส่ง ความเร็วจะมาเร็วกว่าและมั่นใจกับจังหวะการแซงมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าจังหวะนั้นเสียงเครื่องยนต์จะดังเข้ามาในห้องโดยสารค่อนข้างดังมาก แต่สำหรับการขับทั่วไปจะได้ยินเสียงเครื่องเล็ดลอดเข้ามาไม่มาก และเสียงลมจะเริ่มได้ยินบ้างในช่วงความเร็วประมาณ 130 กม./ชม.

BRV_group_test_20 BRV_group_test_14

ส่วนเรื่องของการควบคุมทำได้น่าประทับใจ ช่วงล่างที่เซ็ทมารองรับการสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยม เป็นช่วงล่างที่ไม่ได้นิ่มนวลมาก แต่แฝงความแข็งกระด้างไว้นิดๆ ทำให้ขับสนุกและเกาะถนนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อขับผ่านเส้นทางที่ขรุขระและช่วงที่มีการทำผิวถนนใหม่ จะรู้สึกได้ว่ารถไม่มีการอาการสะเทือนจนหัวสั่นหัวคลอน ตัวรถนิ่งและมีเสถียรภาพมาก อาการท้ายดิ้นก็ไม่มีให้รู้สึก แม้ว่าตัวรถจะค่อนข้างยาวและไม่ได้มีน้ำหนักบรรทุก การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงทำได้น่าประทับใจเช่นกัน เพราะด้วยฐานล้อที่กว้างขึ้น การยึดเกาะถนนจึงทำได้ดีขึ้น เบาะนั่งออกแบบมารองรับสถานการณ์นี้ได้อย่างดี เพราะด้วยปีกเบาะที่สูงและโอบกระชับลำตัว ทำให้ตัวของผู้ขับไปไหลไปตามโค้ง ทำให้ขับได้สนุกมากขึ้น

แต่เรื่องที่ทำให้ต้องขัดใจก็มีอยู่เหมือนกัน เมื่อขับไปได้ประมาณ 30 กิโลเมตร ผู้เขียนเริ่มมีอาการเมื่อยหลังบริเวณเหนือเอวขึ้นมาเล็กน้อย เพราะรู้สึกว่าเบาะจะดันหลังไปหน่อย เมื่อถามเพื่อนนักข่าวหลายคนก็รู้สึกแบบนี้บ้างอยู่เหมือนกัน โดยในรุ่น V นี้ ไม่มีสัญญาณเตือนขณะถอยจอดและไม่มีกล้องมองหลัง รวมทั้งไม่มีระบบล็อครถอัตโนมัติ และกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า แต่พับด้วยไฟฟ้าไม่ได้ แถมเข็มขัดนิรภัยไม่สามารถปรับระดับสูงต่ำได้อีก และอีกเรื่องที่ไม่ได้ลองก็คือ เส้นทางที่ใช้ ไม่มีเส้นทางที่เป็นทางขึ้นเขา จึงยังไม่รู้ว่าพละกำลังที่มีอยู่จะให้ผลเป็นอย่างไร

BRV_group_test_16

โดยสรุปจากการขับในระยะทางราว 50 กิโลเมตร ผู้เขียนค่อนข้างประทับใจตามที่ได้เขียนไว้ข้างต้น หากมองถึงการใช้งาน ถ้าไม่มีโอกาสได้เดินทางเต็มทั้ง 7 ที่นั่ง หรือมีโอกาสน้อยมาก แนะนำให้เลือกรุ่น V แบบ 5 ที่นั่งจะคุ้มค่ากว่า แถมพื้นที่ตอนหลังยังมีถาดรองสัมภาระเอาไว้บรรทุกของหรือขนของเอาไว้เปิดท้ายขายของได้อีกและเมื่อพับเบาะแถวที่ 2 ก็จะมีพื้นที่เพิ่มเข้าไปอีก แต่หากมองว่าส่วนต่างราคา 70,000 บาท ไม่ใช่ปัญหา จะเลือกรุ่น SV แบบ 7 ที่นั่งเผื่อเอาไว้ในอนาคตก็ได้ เพราะเมื่อได้ลองขับดูแล้วในภาพรวมถือว่าเป็นรถที่อเนกประสงค์และให้อรรถประโยชน์ที่คุ้มค่า ศูนย์บริการและอะไหล่ของฮอนด้าก็มีอยู่ทั่วประเทศ สร้างความมั่นใจได้อีกเยอะ อยากให้ลองขับดูแล้วจะรู้ว่า “กล้าพอที่จะพาชีวิตไปให้สุด How Brave Are We? ไปกับ Honda BR-V หรือเปล่า”

BRV_group_test_17

 

 

 

เรื่อง : พุทธิ  ผาสุข

เรียบเรียงข้อมูลโดย www.gpinews.com
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ รถใหม่ ได้ที่ www.gpinews.com

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register