เรียบง่ายแต่สง่างาม “RANGE ROVER VELAR”

เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ (Range Rover Velar) ความเรียบง่ายแต่สง่างามผนวกเข้ากับเทคโนโลยีที่เรนจ์โรเวอร์มุ่งพัฒนาเพื่อลูกค้า คือ จุดเด่นที่สะกดทุกสายตาให้หยุดอยู่ที่ เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ สมาชิกรุ่นที่ 4 จากครอบครัว เรนจ์โรเวอร์ เป็นการเติมเต็มช่องว่างระหว่าง เรนจ์โรเวอร์ อีโวค (Range Rover Evoque) และเรนจ์โรเวอร์ สปอร์ต (Range Rover Sport)

โดยราคาจำหน่ายของ เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ (Range Rover Velar) มีดังนี้

New Range Rover Velar S                       5,999,000 บาท

New Range Rover Velar S R-Dynamic     6,499,000 บาท

New Range Rover Velar HSE                   6,999,000 บาท

ชาญชัย  มหันตคุณ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด  ผู้จำหน่าย  เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์  อย่างเป็นทางการ

5 องค์ประกอบหลักของ เรนจ์โรเวอร์ เวลาร์ 

  • ระบบการขับขี่ที่ง่ายดายไม่มีความซับซ้อนแต่เน้นคุณภาพและสมรรถนะของรถที่แท้จริง
  • การออกแบบวิศวกรรมที่แน่วแน่ในแนวคิด ทฤษฎีแยกส่วน (reductionism) ด้วยความเชื่อว่าสิ่งที่ซับซ้อนถูกอธิบายได้ด้วยส่วนย่อยๆที่ไม่ซับซ้อน
  • ความโออ่าหรูหรา
  • การออกแบบภายในที่เน้นความเงียบสงบและสะดวกสบาย
  • การผสมผสานความเรียบหรูด้วยวัสดุชั้นเยี่ยมและการออกแบบที่ลงลึกถึงรายละเอียด เน้นความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย เช่น แผงควบคุมที่ซ่อนอยู่อย่างกลมกลืน

จากจุดกำเนิดเริ่มต้นโดยยึดหลักการออกแบบตามทฤษฎีแยกส่วนเพื่อลดวามซับซ้อน เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ ได้ปฏิวัติการออกแบบรถยนต์ SUV โดยใช้เทคโนโลยียานยนต์ที่มีความเฉียบคมและแม่นยำในทุกๆรายละเอียด ตอบโจทย์และเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายของ เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค และ เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ต ได้อย่างสมบูรณ์ นับเป็นการพัฒนาขึ้นไปอีกระดับภายใต้แบรนด์ เรนจ์ โรเวอร์

สำหรับ เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ (Range Rover Velar) ได้รวบรวมเทคโนโลยีขั้นสูง การออกแบบที่ดึงดูดใจและลงลึกในรายละเอียดที่ชัดเจนเข้าไว้ด้วยกัน การสร้างสรรค์สาระและความบันเทิงผ่านระบบอินโฟร์เทนเมนท์ใหม่ล่าสุดจาก Touch Pro Duo หลอดไฟหน้า Matrix LED ที่บางเฉียบเน้นความโฉบเฉี่ยว บานพับที่จับประตูเรียบหรูกลืนไปกับตัวรถเสริมความสง่างามด้วยสีทองแดงมันวาวซึ่งเป็นโทนสีสำหรับรถยนต์ที่มาแรงในอนาคต

ระยะฐานล้อ 2,874 มม.และการออกแบบภายในอย่างชาญฉลาดทำให้ เวลาร์ กว้างขวางสะดวกสบายเพียงพอสำหรับผู้โดยสารทุกคน อีกทั้งมีพื้นที่จัดเก็บสัมภาระความจุถึง 673 ลิตร ระบบกันสะเทือนช่วงล่างแบบคอยล์สปริง (Coil Spring) ในรุ่นมาตรฐาน พัฒนาปรับแต่งด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Adaptive Dynamics เพื่อให้ทุกรุ่นสามารถควบคุมการขับขี่ได้อย่างง่ายดายและสะดวกสบาย ร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ยิ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำในสมรรถนะการขับขี่ในทุกสภาพภูมิประเทศและความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างรถยนต์และผู้ขับขี่ได้อย่างสูงสุด

เวลาร์  รวบรวมเอาเทคโนโลยีในการควบคุมระบบการขับขี่ในรถยนต์ รวมถึงระบบตั้งค่าโหมดขับขี่แบบอัตโนมัติตามสภาพภูมิประเทศและพื้นผิวถนน (Terrain Response) ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากระบบเดิมในปี 2013 เพื่อใช้ในรถยนต์แลนด์โรเวอร์โดยเฉพาะ ระบบควบคุมความเร็วตามสภาพถนน (All Terrain Progress Control) ระบบช่วยป้องกันไม่ให้ล้อหมุนฟรี บนพื้นผิวที่มีแรงเสียดทานต่ำ (Low Traction Launch) ระบบควบคุมขณะขับลงทางลาดชัน (Hill Descent Control) และระบบควบคุมการปล่อยแรงเบรกขณะเคลื่อนตัวบนทางลาดชัน (Gradient Release Control) รวมถึงมีความสามารถในลากจูงน้ำหนักสูงถึง 2,500 กิโลกรัม

 

ในส่วนของโครงสร้างถูกสร้างขึ้นจากอะลูมิเนียมคุณภาพสูงน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งเอกสิทธิ์ของแลนด์โรเวอร์ แบบเดียวกับที่ใช้ในจากัวร์ และเวลาร์จะเป็นบทถัดไปในเรื่องราวความสำเร็จของ เรนจ์ โรเวอร์ ด้วยการออกแบบที่แม่นยำและพิถีพิถันในทุกๆรายละเอียดเพื่อถ่ายทอดความเป็นเรนจ์ โรเวอร์ให้ชัดเจนในทุกกระเบียดนิ้วให้สมกับเป็นตัวแทนยานยนต์รุ่นถัดไปในตระกูล เรนจ์ โรเวอร์ ดีไซน์ของ เวลาร์ มีความสวยงามอย่างสมดุลในทุกสัดส่วนอันทรงพลังแต่ปราดเปรียวในทุกมุมมองจากด้านหน้าจรดท้ายขณะที่ระยะฐานล้อกว้างใหญ่มีส่วนสำคัญช่วยเสริมให้ตัวรถมีความสง่างามและช่วยเสริมความสวยงามกว้างขวางภายในห้องโดยสารให้เพิ่มมากขึ้นด้วย

ล้ออัลลอยด์ที่มีขนาดใหญ่ถึง 21 นิ้ว ยิ่งเพิ่มความสง่าและสวยงามของรูปโฉมภายนอกของเวลาร์ให้น่าทึ่งยิ่งขึ้นไปอีก และเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบรถยนต์ร่วมสมัย หลอดไฟหน้า LED ของเวลาร์มีความเพรียวบางมากที่สุดเท่าที่แลนด์โรเวอร์เคยมีมา มือจับบานพับประตูลดรูปร่างลงเพื่อลดแรงต้าน เสริมความเพรียวของตัวรถและกลมกลืนสายตา เวลาร์ถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในจำนวนรถยนต์ที่แลนด์โรเวอร์ เคยผลิตมา

เมื่อมองเข้าไปภายในห้องโดยสารของเวลาร์  คุณจะเห็นความเรียบหรูแต่มีรายละเอียดความซับซ้อนในการออกแบบและตกแต่ง โดยยึดหลักการออกแบบตามทฤษฎีแยกส่วนที่ซับซ้อนออกจากกันเพื่อให้สามารถกำหนดรายละเอียดแต่ละส่วนได้อย่างง่ายดายและมีคุณภาพ รวมทั้งลดจำนวนปุ่มควบคุมต่างๆให้ดูกลมกลืนสายตาในทุกมุมมองมากขึ้น

หัวใจหลักอีกประการหนึ่งในการออกแบบเวลาร์ คือ เทคโนโลยีที่ส่งผ่านระบบอินโฟเทนเมนท์ สาระและความบันเทิงภายในห้องโดยสาร Touch Pro Duo ประกอบด้วย 2 หน้าจอระบบสัมผัสบางเฉียบความละเอียดสูงขนาด 10 นิ้ว ระบบการแสดงผลและใช้งานสามารถทำได้ง่ายดายไม่ซับซ้อน ถูกติดตั้งไว้ภายในอย่างกลมกลืนเรียบเนียนไร้รอยต่อด้วยเทคนิคเฉพาะของ แลนด์โรเวอร์ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับการออกแบบภายนอก ทั้งหมดนี้ คือ ความน่าประทับใจในการออกแบบทั้งภายในและภายนอกของเวลาร์

เวลาร์ ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ การออกแบบภายในเลือกใช้วัสดุที่มุ่งสนับสนุนความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูงทดแทนหนังแท้ในการห่อหุ้มเบาะที่นั่ง โดยวัสดุจาก Dapple Grey เหล่านี้ได้ถูกพัฒนาโดยบริษัท Kvadrat ซึ่งเป็นผู้ผลิตสิ่งทอดีไซน์ชั้นนำของยุโรปมาเป็นเส้นใยผ้ากันน้ำ (Suede cloth) โดยมีสีให้เลือก คือ ดำ (Ebony) หรือ เทา (Light Oyster)

ด้วยแพลทฟอร์มอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาที่แข็งแกร่งทนทานเป็นพิเศษ กับระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ (double-wishbone) และด้านหลังแบบอินทิกรัลลิงค์ Integral Link ซึ่งเป็นระบบพื้นฐานในทุกคันของเวลาร์    ทำให้ เวลาร์ เป็นรถยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อความสมบูรณ์แบบสำหรับการใช้งานที่คล่องตัวสะดวกสบายรวมทั้งสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยมและยิ่งไปกว่านั้น เวลาร์ ได้ยกระดับการป้องกันความผิดพลาดทั้งด้านสมรรถนะและความปลอดภัยให้สูงขึ้น ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันทดสอบที่มีความน่าเชื่อถือในระดับโลกมาแล้ว ทั้งนี้ ระบบความปลอดภัยแบบบูรณาการล่าสุดของเวลาร์ ได้รวมถึง ถุงลมนิรภัย 6 จุด ตลอดจนเทคโนโลยีขั้นสูงในระบบช่วยเหลือคนขับ อาทิ เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมการตรวจสอบคนเดินถนน (Autonomous Emergency Braking/pedestrian detection) ระบบควบคุมความเร็วรถแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชั่นหยุดและออกตัวอัตโนมัติ และระบบแจ้งเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า

สำหรับด้านสมรรถนะ  เวลาร์มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (all-wheel drive system) มีความสูงจากพื้นรถวัดจากพื้นถนนถึงส่วนที่ต่ำสุดของรถ 251 มิลลิเมตร ระยะลุยน้ำความลึกได้ 650 มิลลิเมตร และแน่นอนเวลาร์มีคุณสมบัติความสามารถในการควบคุมการขับขี่โดยปรับตามสภาพภูมิประเทศและพื้นผิวถนนได้เช่นเดียวกับรถยนต์รุ่นอื่นของ แลนด์ โรเวอร์ รวมทั้งเทคโนโลยีล่าสุด Terrain Response อีกด้วย

นอกเหนือจากสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและประสิทธิภาพความประหยัดแล้ว เครื่องยนต์ดีเซลของ เวลาร์ ยังมีระบบเกียร์อัตโนมัติ ZF8 สปีดที่ตอบสนองได้ดีและระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ขุมพลังของเครื่องยนต์ 4 กระบอกสูบดีเซล Ingenium 180 แรงม้า  และแรงบิด 430 นิวตันเมตร มีอัตราปลดปล่อยก๊าซ CO2 เพียง 145 กรัม/กม. ใครที่อยากเป็นเจ้าของต้องรีบหน่อย เพราะตอนนี้มียอดจองมาแล้วถึง 10 คัน เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ (Range Rover Velar) นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ

เตรียมพบกับตัวจริงของ เรนจ์ โรเวอร์ เวลาร์ (Range Rover Velar) ได้ภายในงาน Big Motor Sale 2017 ในวันที่ 19 – 27 สิงหาคมนี้ ณ ไบเทคบางนา

 

 

เรื่อง/ภาพ: พุทธิ  ผาสุข

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Related posts:

มาสด้าเปิดตัว CX-5 ไมเนอร์เชนจ์
ยูโร เซอร์วิส เซ็นเตอร์ ศูนย์บริการรถยุโรป ตอบโจทย์...ถูกและดี
ซูซูกิ จัดแคมเปญพิเศษ "เชียร์บอลไทยตะลุย แดนซามูไร
โคโลราโดและเทรลเบลเซอร์ เสริมอุปกรณ์ตกแต่งสร้างเอกลักษณ์
อีซูซุ รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ออดี้ ส่ง The new A5 Coupe ลุยตลาดหรูเริ่มต้น 3.299 ล้านบาท
ลีสซิ่งกสิกรไทย สนับสนุนทางการเงิน บริษัท ไทย วี.พี.คอร์ปอเรชั่น จำกัด
MG ZS ใหม่ กระแสดี แรงตอบรับเพียบ!

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up