เมอร์เซเดส-เบนซ์ 5 รุ่นใหม่ สุดหรูในมอเตอร์เอ็กซ์โป

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดรถหรูไฮเอนด์ 5 รุ่นใหม่ รวมทั้งแท็คทีมยนตรกรรมสุดหรูกว่า 30 คัน ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นท์มาจัดแสดงภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป งานนี้จัดเต็มแบบพรีเมียม ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2560 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

โดย 5 รุ่นใหม่ ที่อยากแนะนำคือ The new S-Class รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล , The new E-Class Cabriolet รถยนต์เปิดประทุนรุ่นใหม่ที่ผสมผสานดีไซน์หรูหราโดดเด่น เข้ากับความสปอร์ต ปราดเปรียวอย่างลงตัว, Mercedes-Maybach S 560 Premium และตัวแรงอย่าง Mercedes-AMG GT R และ GT C Convertible สปอร์ตโรดสเตอร์สุดเร้าใจ

The S-Class S 350 d AMG Premium ราคา 7,640,000 บาท

ยนตรกรรมหรูเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 6 สูบ เทอร์โบคู่ สมาชิกลำดับล่าสุดของตระกูล The S-Class จัดเต็มเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ, ระบบช่วยนำรถเข้า-ออก จากที่จอดอัตโนมัติ ทั้งการจอดแบบขนานและการจอดแบบเข้าซอง, ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า หรือระบบช่วยหลบหลีกการชนจากด้านหน้า ทั้งยังสะดวกสบาย ด้วยระบบ ENERGIZING Comfort Control ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก โดยเทคโนโลยีนี้จะควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เช่น การปรับโทนสีของไฟภายในห้องโดยสาร Premium Ambient Light ระบบปรับอากาศ ระบบเครื่องเสียง รวมถึงโปรแกรมนวดของเบาะที่นั่งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง 6 แบบ เพื่อช่วยให้ผ่อนคลายตลอดการเดินทาง พร้อมการตกแต่งภายในด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม รวมถึงที่นั่งตอนหลังที่มาพร้อมกับ Chauffeur Seat Package ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้บริหารซึ่งเป็นผู้โดยสารด้านหลังได้มากยิ่งขึ้น จากการปรับเลื่อนเบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าไปด้านหน้าได้อีก 4 ซม. และเลื่อนขึ้นด้านบนได้อีก 3.7 ซม. จากตำแหน่งปกติ ทำให้มีพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลังเพิ่มขึ้น

The S 350 d AMG Premium มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 2,925 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 286 แรงม้า ที่ 3,400-4,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,200-3,200 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 6.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. และใช้ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม (AIRMATIC) พร้อมระบบควบคุมแบบอัตโนมัติ เพื่อมอบการขับขี่ที่นุ่มนวล

The new E-Class Cabriolet  ราคา 5,190,000 บาท

E 300 Cabriolet รุ่นใหม่ล่าสุด เปิดประทุน 4 ที่นั่ง มาพร้อมกับหลังคา soft top แบบคลาสสิก ที่สามารถกางเปิดหรือพับเก็บได้ภายในเวลา 20 วินาที และสามารถทำงานได้ขณะรถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในห้องโดยสารใช้เบาะที่นั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนังแท้ ที่มีวัสดุเสริมด้านข้างเพื่อลดแรงกระทำต่อตัวผู้ขับขี่และผู้โดยสารเมื่อขับขี่แบบเปิดประทุน และสามารถพับเก็บเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรจุสัมภาระด้านหลังได้, ระบบไฟในห้องโดยสารสามารถเลือกปรับแต่งได้ถึง 64 สี, ระบบเครื่องเสียงไฮเอนท์ Burmerter® surround sound system, ระบบอินโฟเทนเม้นท์แบบ COMAND Online NTG 5.5 รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth®

E 300 Cabriolet AMG Dynamic ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 245 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 370 นิวตันเมตร ที่ 1,300-4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 6.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

Mercedes-Maybach S 560 Premium ราคา 17,440,000 บาท

Mercedes-Maybach ที่สุดแห่งยนตรกรรมหรูมาพร้อมกับความโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ทั้งภายนอก และภายในที่เลิศหรู ล้ำสมัยในทุกอณู รวมถึงความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ที่มีมากขึ้นกว่าที่เคยด้วยความยาวตัวถัง และระยะฐานล้อที่เพิ่มมากขึ้น โดยรถยนต์รุ่นนี้มีกลุ่มเป้าหมายหลักอยู่ที่กลุ่มผู้บริหารระดับสูง และกลุ่มธุรกิจฟลีทกับโรงแรม ชั้นนำของเมืองไทย สำหรับให้บริการเหล่าลูกค้าคนสำคัญ

Mercedes-Maybach S 560 Premium โดดเด่นด้วย กระจกหน้าต่างสีเขียว กรองแสงรอบคัน พร้อมกระจกนิรภัยด้านหลัง, ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED พร้อมฟังก์ชั่น Active Light System, ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก, ล้ออัลลอยแบบ forged ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางรถยนต์แบบ Run-flat และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชัน MAGIC SKY CONTROL, ระบบช่วงล่างแบบ MAGIC BODY CONTROL พร้อมปิดท้ายความสมบูรณ์แบบด้วยโลโก้ “Maybach” บนฝากระโปรงหลังโดย Mercedes-Maybach มาพร้อมกับความยาวตัวรถประมาณ 5,462 มม. (S-Class ยาว 5,271 มม.) ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร

ภายในห้องโดยสารหรูหรา ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง designo Exclusive semi-aniline, ด้านบนของคอนโซลหน้า และส่วนกลางของแผงประตูหุ้มหนัง nappa, ผ้าหลังคาและแผงบังแดดหน้าหุ้มด้วย DINAMICA microfibre, นาฬิกา IWC แบบอนาล็อก, พวงมาลัยนิรภัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน หุ้มหนังสลับลายไม้ พร้อมสัญลักษณ์ MAYBACH และปุ่มควบคุมแบบ Touch Control, ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือแบบ Apple Carplay™ & Android Auto, ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย สำหรับที่นั่งด้านหน้าและด้านหลัง และระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Burmester® high-end 3D surround sound system

ส่วนชุดเบาะที่นั่งด้านหลังที่สามารถปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องทำงานเคลื่อนที่ ที่ประกอบด้วยโต๊ะทำงาน  พับเก็บได้พร้อมปลั๊กไฟ 220 โวลต์ ตู้แช่เย็นบริเวณที่นั่งด้านหลัง (Refrigerated compartment in the rear) พร้อมด้วย Rear Seat Comfort Package บริเวณเบาะด้านหลังที่มีระบบ Multicontour Seats ที่สามารถปรับปีกเบาะและส่วนดันแผ่นหลังให้เข้ากับสรีระเพื่อความผ่อนคลายอย่างสูงสุด และระบบ ENERGIZING Comfort Control ที่สามารถนวดปรับสมดุลอากาศและแสงไฟภายในห้องโดยสารแบบ 64 สี

Mercedes-Maybach S 560 Premium ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 3,982 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 469 แรงม้าที่ 5,250-5,550 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ที่ 2,000-4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

Mercedes-AMG GT R ราคาเริ่มต้น 17,400,000 บาท

Mercedes-AMG GT R  เป็นสมาชิกใหม่ ของรถสปอร์ตตระกูล AMG GT ออกแบบส่วนหน้าของตัวรถมีลักษณะลาดต่ำ และกระจังหน้าแบบ Panamericana Grille (แพนอเมริกาน่า กริล) ยื่นออกไปคล้ายจมูกฉลามช่วยลดแรงกดที่ด้านหลังตัวรถ อีกทั้งยังประกอบด้วยวัสดุบังคับลมชุบโครเมี่ยม 15 ซี่ และล้อ forged แบบ AMG performance 10-spoke ล้อหน้า 19” และล้อหลังขนาด 20” ที่มีน้ำหนักเบา ส่วนภายในใช้เบาะที่นั่งแบบ AMG Sports Bucket seats (เอเอ็มจีสปอร์ตบักเก็ต) หุ้มด้วยหนัง Nappa และเส้นใย DINAMICA Microfibre แต่งด้วยชุดแต่ง AMG Interior Night package (เอเอ็มจีอินทีเรียร์ไนท์) สำหรับ ความปลอดภัยและเทคโนโลยี  มีระบบกันสะเทือนที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยจะทำงานร่วมกับระบบ AMG RIDE CONTROL sport suspension (เอเอ็มจีไรด์คอนโทรล), ใช้นวัตกรรม AMG Lightweight Performance (เอเอ็มจีไลท์เวทเพอร์ฟอร์มานซ์) ที่เลือกสรรวัสดุน้ำหนักเบามาใช้ในการผลิต ทำให้มีความยืดหยุ่น (ระบบควบคุมการยึดเกาะเอเอ็มจีแบบ 9 ระดับ หรือ AMG TRACTION CONTROL) เสาค้ำยึดล้อคู่หน้าช่วยลดแรงปะทะขณะเกิดอุบัติเหตุ และยางรองแท่นเครื่องยนต์และยางรองแท่นเกียร์ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ

Mercedes-AMG GT R ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ความจุกระบอกสูบ 3,982 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 585 แรงม้าที่ 6,250 รอบ/นาที แรงบิด 700 นิวตันเมตร ที่ 1,900-5,500 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 318 กม./ชม.

Mercedes-AMG GT C ราคาเริ่มต้น 16,800,000 บาท

Mercedes-AMG GT C ถือเป็นรถยนต์โรดสเตอร์ที่มีสมรรถนะดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี มีการเสริมสปอยเลอร์หลังที่ใหญ่ขึ้น, ล้อหลังถูกปรับให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับนวัตกรรมต่างๆ ที่เพลาหลัง, ใช้กระจังหน้าแบบแพนอเมริกาน่า กริล และวัสดุบังคับลมชุบโครเมี่ยม 15 ซี่, ฝากระโปรงหน้ายาวและทรงพลัง อีกทั้งยังมีช่องรับอากาศที่กว้าง ช่วยให้อากาศไหลผ่านเข้าสู่ระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมีหลังคาผ้าใบ 3 ชั้น สามารถกางเปิดหรือเลื่อนปิดได้อัตโนมัติภายในเวลา 11 วินาที และใช้งานได้แม้ขณะรถวิ่งที่ความเร็วสูงสุดที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภายในมาพร้อมกับเบาะหนัง Nappa, พวงมาลัยเอเอ็มจีเพอร์ฟอร์มานซ์หุ้มหนัง Nappa และ เส้นใย DINAMICA Microfibre, แผงหน้าปัดกว้าง และห้องโดยสารที่สามารถเปลี่ยนสีได้หลากหลาย ในด้าน ความปลอดภัยและเทคโนโลยี  มีระบบกันสะเทือนที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยจะทำงานร่วมกับระบบ AMG RIDE CONTROL sport suspension (เอเอ็มจีไรด์คอนโทรล), ใช้นวัตกรรม AMG Lightweight Performance (เอเอ็มจีไลท์เวทเพอร์ฟอร์มานซ์) ที่เลือกสรรวัสดุน้ำหนักเบามาใช้ในการผลิต ทำให้มีความยืดหยุ่น, เสาค้ำยึดล้อคู่หน้าช่วยลดแรงปะทะขณะเกิดอุบัติเหตุ และยางรองแท่นเครื่องยนต์และยางรองแท่นเกียร์ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ

Mercedes-AMG GT C ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ความจุกระบอกสูบ 3,982 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 557 แรงม้าที่ 5,750-6,750 รอบ/นาที แรงบิด 680 นิวตันเมตร ที่ 1,900-5,500 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 316 กม./ชม.

 

นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้เตรียมขนขบวนสุดยอดยนตรกรรมรวมทั้งสิ้นกว่า 30 คัน ในทุกเซ็กเมนต์ และรถยนต์รุ่นยอดนิยมอื่นๆ อย่าง C 350 e Avantgarde, C 350 e AMG Dynamic, E 350 e AMG Dynamic, E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive, CLA 200 Urban, CLA 250 AMG Dynamic, GLA 200 Urban, GLA 250 AMG Dynamic, E 300 Coupé, C 250 AMG Dynamic, GLC 250 Coupé AMG Plus, GLC 250 d Offroad, GLC 250 AMG Dynamic และ E 220 d Estate

รถยนต์จากแบรนด์เมอเซเดส-เอเอ็มจี อย่าง Mercedes-AMG SLC 43, Mercedes-AMG A 45 4MATIC, Mercedes-AMG C 43 Coupé, Mercedes-AMG CLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé และ Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé

 

 

 

เรื่อง/ภาพ : พุทธิ  ผาสุข

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Related posts:

มิลเลนเนียมออโต้ พระราม 4 โฉมใหม่ หรูและพรีเมี่ยม
ปอร์เช่ 718 บ็อกซเตอร์ รุ่นล่าสุด ก่อนพบกันที่ Big Motor Sale 2016
นิชคาร์เนรมิตงาน ‘นิชโซไซตี้’ สร้างปรากฏการณ์งานระดับไฮเอนด์ครั้งแรกในประเทศไทย
เมอร์เซเดส-เบนซ์ แนะนำแคมเปญบริการหลังการขายใหม่
ลูกค้าแห่ซื้อมาสด้า! ดันยอดเมษายนโตกว่า 22% มาสด้า2 แซงขึ้นเบอร์ 2
นิสสันจัดกิจกรรมทดสอบขับขี่ “โน๊ต ดิ อินเทลลิเจนต์แฮช”
กรุงศรี ออโต้ เผยครึ่งปีแรกโตแข็งแกร่ง 15% รุกเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อใหม่ 25% ภายในสิ้นปี
ทีมไทยยอดฝีมือ คว้าตั๋วไปลุยทางโหดที่เปรูกับแลนด์โรเวอร์

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up