บ๊อช เปิดบ้านโชว์ “เทคโนโลยีเพื่อชีวิต”

บ๊อช ประเทศไทย จัดแสดงเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ตภายใต้แนวคิด “บ๊อช IoT: Totally Connected” ภายในงาน Bosch Innovation House ที่อาคาร FYI Center ทำเอาต้องอึ้งไปเลย เพราะไม่น่าเชื่อว่าบ๊อชจะมีผลิตภัณฑ์ที่จดสิทธิบัตรเอาไว้มากมายเป็นหมื่นรายการ และที่เปิดบ้านให้ดูกันในวันนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น น่าสนใจมากทีเดียว

 

บ๊อชเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและการบริการในระดับโลก ซึ่งมีการนำเสนอนวัตกรรมด้านโซลูชั่นส์ พร้อมสาธิตเทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ตที่สามารถเปลี่ยน “กระบวนการทำธุรกิจแบบออฟไลน์” ไปสู่การเป็นพันธมิตร เพื่อนคู่คิด และผู้ช่วยในด้านต่างๆ ด้วยธุรกิจที่สำคัญทั้ง 5 ด้านของบริษัท ได้แก่ Smart Home, Connected Mobility, Smart City, Connected Industry และ Smart Agriculture

 

โดยทั้งหมดนี้เป็นการผสานกันระหว่างโลกทางกายภาพและโลกดิจิทัล ที่กำลังสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อรูปแบบการผลิต รวมทั้งวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่นในอาเซียน การเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ ได้สร้างประโยชน์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต อำนวยความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไร และเพื่อลดเวลาที่เครื่องจักรหยุดทำงานและเวลาการซ่อมแซมเครื่องจักร รวมถึงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นต้น

มร. โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย

ตัวอย่างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีด้านโซลูชั่นส์ และการบริการอันล้ำสมัยนำมาจัดแสดงในงาน Bosch Innovation House ที่กรุงเทพฯ

Smart Home เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอัจฉริยะต่างๆ ของบ๊อช สามารถควบคุมจากระยะไกลผ่านแอพพลิเคชั่นเดียวบนสมาร์ทโฟน แม้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชิ้นจะมาจากแบรนด์ที่แตกต่าง ตัวอย่างเช่น คุณสามารถตรวจสอบสิ่งของภายในตู้เย็นได้แม้ขณะอยู่นอกบ้าน  ควบคุมการทำงานของเครื่องล้างจานได้ในระยะไกล เปิดการทำงานของเตาอบไฟฟ้าก่อนที่จะถึงบ้าน หรือ ‘สั่ง’ กาแฟคาปู-
ชิโนหอมกรุ่นเตรียมไว้รอล่วงหน้าก่อนถึงบ้าน

Connected Mobility

บ๊อชเป็นผู้นำการผลิตและจัดจำหน่ายด้านยานยนต์รายแรกของโลกที่ทดสอบการขับขี่อัตโนมัติบนถนนสาธารณะ โดยมีการทดสอบรวมกันแล้วหลายพันกิโลเมตร คุณสามารถทดลองการขับขี่อัตโนมัติด้วยตัวเองผ่านแว่นตาพิเศษที่ใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (VR glasses)  และบ๊อชยังเป็นผู้บุกเบิกด้านการนำเทคโนโลยีเสมือนจริงหรือเออาร์ (Augmented Reality) มาใช้ประโยชน์ในภาคธุรกิจยานยนต์ และเป็นองค์กรแรกที่นำเสนอแพลตฟอร์มสำหรับการทำเทคโนโลยีเสมือนจริงสำหรับภาคอุตสาหกรรมขึ้นมา เทคโนโลยีเสมือนจริงถูกนำไปใช้กับการทดลองการขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ช่างเทคนิคได้เห็นตำแหน่งของส่วนประกอบต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ หรือสายเคเบิลที่ขดอยู่ภายใต้แผงหน้าปัดบนเครื่องคอมพิวเตอร์แทบเล็ตได้

Smart City สำหรับเมืองอัจฉริยะ บ๊อชนำเสนอโซลูชั่นส์ต่างๆ ที่ครอบคลุมธุรกิจยานยนต์ พลังงาน การก่อสร้าง การรักษาความปลอดภัย และการบริหารจัดการเมืองด้วยระบบดิจิทัล เช่น

  • การตรวจสภาพการทำงานของแรงดันกระแสไฟฟ้าและการใช้พลังงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ (Non-Intrusive Load Monitoring: NILM) ระบบการตรวจ NILM สามารถวัดแรงดันกระแสไฟฟ้าและการใช้พลังงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละชิ้น (Non-Intrusive Load Monitoring: NILM) และสามารถวัดการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้ในช่วงเวลาต่างๆ ได้ ประโยชน์ด้านอื่นๆ ที่ได้จากระบบนี้คือช่วยค้นหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้อีกด้วย

  • ระบบติดตามสภาพอากาศขนาดเล็ก (Micro Climate Monitoring Systems: MCMS) ระบบติดตามสภาพอากาศขนาดเล็กของบ๊อช (Micro Climate Monitoring Systems: MCMS) คือโซลูชั่นตรวจสภาพอากาศอัจฉริยะ ที่สามารถแสดงภาพ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อคุณภาพอากาศ ด้วยการตรวจติดตามสภาวะมลพิษในอากาศแบบเรียลไทม์
  • กล้องวงจรปิด MIC IP7000 (Mickie) กล้องวงจรปิดสำหรับภายนอกซึ่งมีความแข็งแรงและทนทานอย่างสูง เหมาะสำหรับใช้ในภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ สามารถหมุนได้รอบทิศ 360 องศาอย่างต่อเนื่อง สามารถปรับมุมก้มเงยได้ 290 องศา

Connected Industry จากนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ช่วยให้มนุษย์และเครื่องจักรสามารถทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัยและคล่องตัว โดยมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยตรวจจับความคลาดเคลื่อนต่างๆ เพื่อให้ได้คุณภาพ ผลิตภาพ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

Smart Agriculture ตัวเซ็นเซอร์ที่มีความละเอียดสูง (Deep field sensor) ช่วยให้งานด้านการเกษตรมีประสิทธิภาพสูง ด้วยการนำเซ็นเซอร์และโซลูชั่นส์ต่างๆ มาให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบความชื้นและอุณหภูมิของดิน นอกจากนี้ ยังช่วยติดตามการเติบโตและพัฒนาการต่างๆ ของพืชผลได้อีกด้วย

โดยรวมแล้ว งาน Bosch Innovation House เป็นงานที่ได้พิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของบ๊อชในการสร้างสรรค์และผลักดันให้เกิดการพลิกโฉม ด้วยการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ด้านยานยนต์และการเชื่อมต่อด้วยระบบ IoT ซึ่งบ๊อชคาดการณ์ว่า ภายในปี 2563 ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆ จะสามารถเชื่อมต่อกันด้วยอินเทอร์เน็ต เป็นการตอกย้ำถึงการพลิกโฉมครั้งสำคัญที่มีผู้ได้รับประโยชน์มากมายจากโซลูชั่นส์ด้าน IoT ที่เชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นแวดวงธุรกิจและผู้บริโภค เพราะที่บ๊อชช่วยสร้างความแตกต่างและเป็นประโยชน์ต่อสังคมโลกจริงๆ

 

 

 

 

 

เรื่อง/ภาพ : พุทธิ  ผาสุข

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Related posts:

ตลาดรถมีนาคม ลด 2.0% โตโยต้ายังขายดีสุด ฮอนด้าขึ้นแท่นผู้นำรถนั่ง
Suzuki Carry Food Truck Fest ต่อยอดไอเดียธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่
ETON Drive Smart แคมเปญพิเศษปลอดภัยอย่างมีระดับ
หนุ่ม 2 ล้อเดือด.......ตบกระจกหัก
ETON SUV DAY ที่เซ็นทรัล บางนา โปรฯสุดคุ้มถึง 21 ก.พ.นี้
มิชลิน X Multi Z+ดอกยางงอกเองได้!
อีตั้น จัดราคาพิเศษก่อนปรับภาษี พร้อมเผยโฉม 2 รุ่นนำเข้าสุดพรีเมียม
นิสสัน ลีฟ พลังไฟฟ้าคันนี้ ขับได้ไกล 400 กิโลเมตร

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up