นิสสัน จัดแสดงระบบนิเวศพลังงานไฟฟ้าเพื่อสร้างขับขี่แห่งอนาคต

หลังจากเปิดตัวระบบนิเวศที่มีเป้าหมายยิ่งใหญ่เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว  นิสสันจัดแสดงเทคโนโลยีดังกล่าวซึ่งมีชื่อว่า Nissan Electric Ecosystem Experience บนเกาะเตเนริเฟ่ของประเทศสเปน แสดงความมุ่งมั่นของแบรนด์ที่มีต่อแนวคิดนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) ซึ่งพลิกโฉมรูปแบบการขับขี่ของผู้คน และก้าวไปไกลกว่าการใช้งานรถยนต์ แต่ยังรวมถึงวิถีชีวิตของเราทุกคน เพื่อสร้างสรรค์อนาคตที่น่าตื่นเต้นและมีความยั่งยืนยิ่งกว่า

หัวใจหลักของงานจัดแสดง Nissan Electric Ecosystem Experience คือ การเปิดโอกาสให้บุคคลสำคัญได้ขับขี่นิสสัน ลีฟ ใหม่ (Nissan Leaf) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ที่มียอดขายสูงสุดในโลก รวมถึงอี-เอ็นวี200 รุ่นปรับโฉม (e-NV200) ซึ่งมีระยะทางขับเคลื่อนไกลขึ้น 100 กม. จากการใช้แบตเตอรี่รุ่นใหม่ขนาด 40 กิโลวัตต์ นิสสันยังเปิดเผยความก้าวหน้าของแผนงานด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานอีกด้วย

Nissan Leaf

Nissan e-NV200

สำหรับนิสสันนั้นได้เริ่มต้นปฏิวัติรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเมื่อเกือบทศวรรษที่แล้ว ซึ่งในเวลานั้นนิสสันสามารถจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าค่ายรถรายอื่น แต่นั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น จากนั้นจึงมีการพัฒนายานยนต์ และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการบริการด้านพลังงาน เพื่อเดินหน้าภารกิจที่จะก้าวข้ามการใช้งานรถยนต์ทั่วไป สู่การพลิกโฉมวิถีชีวิตของทุกคน ซึ่งการจัดแสดงระบบนิเวศพลังงานไฟฟ้า ตามแนวคิดนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ จะสามารถเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม และการใช้ชีวิตสู่ยุคใหม่

ในโซนพื้นที่จัดแสดงนั้น นิสสันได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีและพลังงานหมุนเวียน (ITER) เพื่อจัดแสดง Electric Ecosystem Experience ในพื้นที่ของสถาบัน ITER ในเมืองเตเนริเฟ่ ด้วยประสบการณ์ 25 ปีในด้านวิศวกรรมและโทรคมนาคม ITER ได้สร้างศูนย์สภาพอากาศชีวภาพที่ใช้พลังงานหมุนเวียนจากทุ่งกังหันลมและแผงพลังงานแสงอาทิตย์

 

นิสสัน ลีฟ ใหม่

หนึ่งในไฮไลท์ภายในงานจัดแสดง Nissan Electric Ecosystem Experience คือ นิสสัน ลีฟ ใหม่ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของแนวคิดนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในโลกรุ่นนี้มีระยะทางขับเคลื่อน 378 กม. จากการประเมินตามมาตรฐาน NEDC (มาตรฐานการทดสอบความประหยัดน้ำมันและมลพิษของยุโรป) นิสสัน ลีฟ ใหม่ยังเป็นรถรุ่นแรกที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานรถน้ำหนักเบาระดับโลกหรือ WLTP สามารถเดินทางได้ 270 กม. ในการทดสอบการขับขี่แบบผสมผสานในเมืองและนอกเมือง นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางได้ถึง 415 กม. ในการขับขี่ในเมืองต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง นิสสัน ลีฟ ใหม่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตื่นเต้นเร้าใจพร้อมกับลดความกังวลด้านระยะทางขับขี่ นิสสัน ลีฟ ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อาทิ ProPILOT ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ก้าวล้ำหน้าเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่อีกระดับ

 

เทคโนโลยี ePedal ของลีฟ ใหม่อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่สามารถเร่งและเบรกได้อย่างราบรื่นด้วยการใช้เพียงแป้นเหยียบเดียว พร้อมกับจ่ายพลังงานคืนได้อย่างต่อเนื่อง ProPILOT Park ช่วยให้ตัวรถสามารถเข้าจอดได้โดยอัตโนมัติด้วยการกดสวิทช์เดียว ลีฟ ใหม่คือความสำเร็จครั้งใหญ่ของนิสสันด้วยยอดจองมากกว่า 12,000 คัน ถึงแม้กำหนดการส่งถึงโชว์รูมในยุโรปคือช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

 

นิสสัน อี-เอ็นวี200 รถแวนพลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์มาพร้อมประสิทธิภาพสูงขึ้น

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ที่งานแสดง Nissan Electric Ecosystem Experience คือนิสสัน อี-เอ็นวี200 รถแวนพลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์มาพร้อมประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยแบตเตอรี่รุ่นใหม่ขนาด 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง มอบระยะทางขับเคลื่อนสูงสุด 280 กม. จากการประเมินตามมาตรฐาน NEDC* หรือมากกว่ารุ่นก่อนหน้า 60 เปอร์เซ็นต์โดยยังคงเนื้อที่บรรทุกเช่นเดิมและใช้เกียร์ซิงเกิลชิฟท์ที่ทำให้การขับขี่ง่ายดายยิ่งขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิม อี-เอ็นวี200 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ยังผ่านการทดสอบ WLTP โดยสามารถขับขี่ได้ไกล 301 กม. ในเมือง และ 200 กม. ในการทดสอบการขับขี่แบบผสมผสานในเมืองและนอกเมือง ที่สำคัญก็คือ รถแวนรุ่นนี้ช่วยให้ภาคธุรกิจ และนักขับมืออาชีพสามารถขนส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าทุกแห่งได้ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ มีจำหน่ายในบางประเทศในยุโรปตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2561 ก่อนเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าตั้งแต่ฤดูใบ้ไม้ผลิปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป

 

นิสสันเดินหน้าส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

ภายในงาน Futures 3.0 นิสสันประกาศแผนการขยายเครือข่ายชาร์จไฟฟ้านอกสถานที่เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ภายใน 10 เดือนข้างหน้า นิสสันทำงานร่วมกับมาตรฐานการชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเร่งด่วนหรือ CHAdeMO และได้สร้างเครือข่ายการชาร์จไฟฟ้าที่ครอบคลุมที่สุดของยุโรป โดยมีสถานีชาร์จไฟเร่งด่วนมากกว่า 4,700 แห่งทั่วทั้งภูมิภาคดังกล่าว และในตอนนี้นิสสันกำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ เจ้าของธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐท้องถิ่นทั่วยุโรปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการดำเนินการในอนาคตจะมุ่งเน้นที่การส่งเสริมความสะดวกสบายสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่ จุดชาร์จไฟฟ้าแห่งใหม่จะเกิดขึ้นบนถนนหลวงไฮเวย์ และทั่วเมืองเล็กใหญ่ที่มีความสำคัญของยุโรป นิสสันยังมีส่วนร่วมใน 11 โครงการทั่วยุโรปเพื่อช่วยพัฒนาเครือข่ายชาร์จไฟฟ้าเร่งด่วน

 

พันธมิตรด้านพลังงานมอบไฟฟ้า “ฟรี” ให้แก่ผู้ขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า

 นิสสันยังเน้นย้ำภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่เปิดตัวที่งาน Futures 3.0 ด้วยการนำเสนอพลังงานไฟฟ้าให้แก่ลูกค้ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งตลอดทั้งปีที่ผ่านมา นิสสันทดสอบรูปแบบการขับขี่สุดล้ำใหม่ล่าสุดนี้ในประเทศเดนมาร์ก และสร้างโอกาสทีเปิดกว้างให้แก่ลูกค้ากลุ่มฟลีตทั่วประเทศ ด้วยการใช้ระบบชาร์จไฟสองทิศทางของนิสสัน ลูกค้าสามารถดึงพลังงานไฟฟ้าจากโครงข่ายเพื่อป้อนเข้าสู่รถยนต์หรือรถแวนของพวกเขา ก่อนที่จะสามารถ “จำหน่าย” กลับคืนโครงข่ายเพื่อให้ผู้อื่นได้ใช้งานต่อไป นั่นหมายความว่า เมื่อภาคธุรกิจชำระค่าธรรมเนียมเพียงเล็กน้อยสำหรับการติดตั้งระบบชาร์จไฟ Vehicle to Grid (V2G) ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงหรือพลังงานแต่อย่างใด และสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าได้ฟรี

เดนมาร์กเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น นิสสันร่วมมือกับโอวีโอ เอเนอร์จี้ (OVO Energy) ในสหราชอาณาจักรเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าซื้อหน่วยพลังงานสำหรับบ้านเรือนที่มีชื่อว่า xStorage ในราคาลดพิเศษ และสนับสนุนให้ลูกค้า “จำหน่าย” พลังงานคืนกลับสู่โครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานมีรายได้โดยประมาณอยู่ที่ 590 ปอนด์หรือ 647 ยูโรต่อปี ทั้งยังพยายามแสวงหาโอกาสเพิ่มเติมทั่วยุโรปเพื่อทำให้การใช้พลังงานไฟฟ้าแบบไม่มีค่าใช้จ่ายของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคตอีกด้วย

 

นิสสันมีความมุ่งมั่นต่อโครงการช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง

หน่วยพลังงานสำหรับบ้านเรือน xStorage ซึ่งได้รับการติดตั้งในทุกบ้านเรือนของ ITER จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทดลองในประเทศกำลังพัฒนาในทวีปแอฟริกา มีเป้าหมายสร้างพลังงานที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนท้องถิ่นในประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่สามารถเข้าถึงพลังงานได้ ช่วยให้ชุมชนสามารถใช้ต่อยอดสู่ปัจจัยความต้องการพื้นฐานอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งการศึกษาและการดูแลสุขภาพ

นอกจากนี้ นิสสันยังดำเนินโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนของนิสสัน ยุโรปด้วยการเผยโฉม   รถต้นแบบที่พัฒนาบนพื้นฐานของรถแวน นิสสัน อี-เอ็นวี200 รถต้นแบบรุ่นนี้ติดตั้งหน่วยกักเก็บพลังงานแบบคงที่และสามารถใช้เป็นรถเคลื่อนที่ที่ติดตั้งแหล่งพลังงานสำรองที่ยั่งยืนสำหรับใช้เมื่อเกิดไฟฟ้าดับ  สถานการณ์ที่การจ่ายพลังงานมีปัญหา หรือระบบไฟฟ้าที่ไม่มีโครงข่าย (off grid) โดยนิสสันจะเดินหน้าทดลองทั้งสองโครงการในปี พ.ศ. 2561 และจะขยายเพิ่มเติมถ้าโครงการดังกล่าวนี้ได้รับผลตอบรับที่ดีและประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้

บ้านยุคใหม่ที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์และพลังงานลม แปรมาเป็นพลังงานไฟฟ้า

 

 

 

เรื่อง/ภาพ : พุทธิ  ผาสุข

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Related posts:

รถ 8 รุ่นที่หายากและไม่คิดว่ายังมีอยู่จริง
ยิ่งกว่า The Fast!!!! 20 อันดับ รถ Super Car ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก
เกิด-ดับและกลับมาเกิด วัฏจักรของสปอร์ตแดนปลาดิบ
คาราวาน “อีซูซุ วี-ครอส พลังดี...เปลี่ยนโลก”
ข้อดีที่แตกต่างแต่ลงตัวระหว่างรถเล็กกับรถใหญ่
10 สนามแข่งที่มีเอกลักษณ์
ฮอนด้า ครองอันดับหนึ่ง ตลาดรถยนต์นั่ง 3 ปีซ้อน พร้อมเดินหน้าพัฒนายนตรกรรมและการบริการ
เชฟฯ รักษ์ช้าง ลุยป่าแก่งกระจานช่วยช้างและมนุษย์อยู่ร่วมกัน

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up