Lexus RX200t สัมผัสแรกกับพรีเมียม ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี

นับตั้งแต่เจนเนอเรชั่นแรกของ Lexus RX เปิดตัวเมื่อปี 1998 กระแสความนิยมของรถเอสยูวีครอสส์โอเวอร์รุ่นนี้ขยายสู่วงกว้างอย่างรวดเร็วด้วยไลฟ์สไตล์ของคนยุค 2000 ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้หลายคนเริ่มมองหารถยนต์ที่มีการใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น แต่ยังมีการขับขี่ที่สะดวกสบายแบบรถหรู, ดีไซน์ของรถที่ดึงดูดใจ และสะท้อนภาพลักษณ์ที่โดดเด่น การที่สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ทั้งหมดทำให้ RX กลายเป็นโมเดลที่ทำยอดขายสูงสุดตลอดระยะเวลา 26 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ Lexus ด้วยตัวเลขรวมทั่วโลกสูงกว่า 2.1 ล้านคัน หรืออธิบายง่ายๆ ว่าในทุก 10 คันที่รถของพวกเขาถูกขายออกไปจะต้องมีรถรุ่นนี้อย่างน้อย 3 คัน

 

test lexus rx20011

test lexus rx20010

ด้วยกระแสของรถครอสส์โอเวอร์ที่กำลังมาแรงในตลาดรถยนต์ทั่วโลก ทำให้ All-new Lexus RX เจนเนอเรชั่นที่ 4 เปิดตัวขายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเพียง 7 เดือนหลังจากรอบเวิลด์พรีเมียร์ในงานนิวยอร์ก ออโต้โชว์ 2015 โดย Lexus Thailand นำเข้ามาครบทุกรุ่นเหมือนในต่างประเทศ เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกตามความชอบ เริ่มจากเครื่องยนต์เบนซิน Inline-4 Turbo 2.0 ลิตร ในรุ่น RX 200t (แบ่งเป็น 3 รุ่นย่อย Luxury, Premium และ F-Sport), RX 350 F-Sport สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ความสปอร์ตกับเครื่องยนต์ V6 Atkinson Cycle 3.5 ลิตร VVT-iW ที่ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และ RX 450h ที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะ Lexus Hybrid Drive ผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงกับเครื่องยนต์ไฮบริด V6 Atkinson Cycle 3.5 ลิตร

test lexus rx2003

2016 RX ถูกสร้างขึ้นโดยยึดเทรนด์ของรถยนต์ในปัจจุบันจนกลายเป็นโมเดลใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบรูปทรงภายนอกของรถให้มีเส้นสายที่เฉียบคมผสมผสานความโค้งมนที่สะท้อนความแข็งแกร่งดึงดูดทุกสายตาให้จับจ้อง และการออกแบบภายในที่หรูหราลงตัวกับความใหม่ล้ำสมัย จนเหมือนเป็นการนำเสนองานศิลปะที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ถึงจะมองไม่เห็นด้วยสายตา แต่สัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึก ทั้งหมดนี้กลายเป็นความเปลี่ยนแปลงของสไตล์การออกแบบครั้งใหญ่ของรถโมเดลนี้ แต่ยังสามารถรักษาแนวทางการดีไซน์ที่เป็นดีเอ็นเอร่วมกับรถยนต์ทุกรุ่นที่ถูกผลิตภายใต้แบรนด์ Lexus

สำหรับกิจกรรมการขับทดสอบครั้งนี้ Lexus Thailand อยากให้สื่อมวลชนเริ่มต้นทำความรู้จักกับ RX 200t เป็นประเดิมก่อน โดยมีรุ่น Premium และ F-Sport มาให้ทดสอบขับในเส้นทางกรุงเทพ-อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร

test lexus rx2005

ความแตกต่างแรกที่ทุกคนสามารถสังเกตเห็นได้ทันทีระหว่าง 2 รุ่นนี้คือกระจังหน้าของ F-Sport จะเป็นลายตาข่ายที่มีความโฉบเฉี่ยวดุดันให้อารมณ์สปอร์ตมากกว่ารุ่น Premium ที่ยังเป็นกระจังหน้าแบบ Spindle Grille อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ Lexus แต่ในรุ่นนี้ถูกเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นจนคลุมลงมาถึงกันชนด้านล่างที่ถูกออกแบบให้รองรับไฟหน้า BI-LED 3 ดวง รูปทรงตัว L (ทุกรุ่นยกเว้น 200t Luxury) พร้อมไฟส่องสว่างตอนกลางวัน Daytime Running Light แบบ LED ดีไซน์รูปหัวลูกศร

Interior F Sport-RX4301 interior_resize Interior RX6126_resize RX6103_resize

ภายในของรุ่น F-Sport เบาะคู่หน้าจะเป็นแบบสปอร์ต Smooth Leather สีแดงเข้ม Dark Rose ผลิตจากวัสดุโฟมมิ่งที่หล่อขึ้นรูปแบบชิ้นเดียวช่วยโอบกระชับร่างกายของคนขับได้มากกว่าเบาะปกติ, มาตรวัด F-Sport ที่ออกแบบพิเศษผสมระหว่างอนาล็อกกับดิจิตอลช่วยเพิ่มความเร้าใจในการขับ, ชุดแป้นเหยียบอลูมิเนียม และพวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมสัญลักษณ์ F-Sport

ขณะที่รุ่น 200t Premium จะเป็นเบาะหนัง Semi-aniline พร้อมระบบปรับ และกรองอากาศ, แผงหน้าปัดแสดงความเร็ว และรอบเครื่องยนต์อนาล็อก 4-dial พร้อมจอแสดงข้อมูลดิจิตอลแสดงผล 3 มิติ ควบคุมการทำงานผ่านสวิตช์บนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น

นอกจากล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้ว (235/55R20) ที่เหมือนกันในรุ่น 200t Premium และ F-Sport อุปกรณ์ร่วมอื่นๆ จะเป็นระบบมัลติมีเดียพร้อมหน้าจอแสดงผล Electro Multi Vision (EMV) ขนาด 8 นิ้วที่มาพร้อมระบบนำทางสามารถควบคุมผ่าน Remote Touch Interface ตรงคอนโซลกลางที่คล้ายเมาส์เครื่องคอมฯ ช่วยให้การเลือกระบบเสียงหรือฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นๆ ได้สะดวกขึ้น

test lexus rx2006

อีกออปชั่นที่น่าสนใจคงเป็น Large Colour Head-Up Display จอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่จะฉายขึ้นสู่ด้านล่างของกระจกหน้าในระดับสายตาของคนขับทำให้ไม่ต้องละสายตาจากถนน ทั้งหมดเกิดจากแนวความคิดของทีมออกแบบ และทีมวิศวกร Lexus ที่มุ่งมั่นในการปรับเปลี่ยนตำแหน่งคอนโซลกลางของ All-new RX เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานสูงสุดทั้งการวางตำแหน่งสวิตช์, ที่วางแก้วน้ำ และพื้นที่เก็บสัมภาระ

ในส่วนของขุมกำลังทั้ง 200t Premium และ F-Sport ใช้เครื่องยนต์เบนซิน Inline-4 Turbo 2.0 ลิตร พร้อมระบบ VVT-iW และ Twin-scroll Turbocharger ทำงานร่วมกับ Air-to-liquid อินเตอร์คูลเลอร์ ที่ทำให้การขับมีความเร้าใจมากขึ้นด้วยกำลัง 238 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ทำความเร็ว 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลา 9.2 วินาที (รุ่น F-Sport: 9.5 วินาที) ทำให้ตลอดเส้นทางที่เราขับทดสอบมั่นใจทุกครั้งที่เหยียบคันเร่งเพื่อทำความเร็วแซง

2.0 L New Turgo Engine RX6020_resize

ความแตกต่างระหว่าง Lexus RX กับรถครอสส์โอเวอร์หรือเอสยูวีขนาดกลางของค่ายรถยนต์ยุโรปคงจะเป็นระบบช่วงล่างที่มีความนุ่มนวลตามสไตล์ญี่ปุ่น แต่มีประสิทธิภาพในการเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม หากวัดจากการแล่นบนทางโค้งที่ค่อนข้างแคบบนถนนสายรองก่อนถึงปราณบุรี โดย All-new RX มีการปรับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเหล็กกันโคลงด้านหน้าเพิ่มขึ้น ทำให้ช่วงล่างมีความแข็งแรง ช่วยลดอาการเหนื่อยล้าของผู้โดยสารหากต้องเดินทางไกล นอกจากนี้มีการเพิ่มความแข็งของสปริงทั้งด้านหน้า-หลัง เพื่อเพิ่มความสมดุลของตัวรถ ต้องยอมรับว่าทำออกมาได้ดีสมกับที่พวกเขาจัดให้รถรุ่นนี้เป็น Premium Crossover SUV

test lexus rx2002

อีกสิ่งที่สามารถสร้างอารมณ์การขับที่แตกต่างคือการเลือกโหมดขับขี่ โดย All-new RX ที่สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ E20 จะมีให้เลือกตั้งแต่โหมด Eco สำหรับความประหยัดสูงสุด, Normal สำหรับการขับขี่แบบปกติ และโหมด Sport ที่รอบเครื่องจะขึ้นมารอเพื่อตอบสนองได้ทันทีเมื่อคนขับกดคันเร่ง

ในรุ่น F-Sport ที่เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ จะมีโหมด Sport+ เพิ่มเข้ามาสำหรับคนที่ชอบความเร้าใจ อัตราการเร่งหรือรอบเครื่องยนต์อาจไม่แตกต่างจากโหมด Sport เท่าไร แต่ช่วงล่างมีการเกาะถนนที่ดีขึ้นแบบรู้สึกได้ โดยเป็นครั้งแรกที่มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ ระบบช่วงล่างแบบปรับอัตโนมัติ (Adaptive Variable Suspension System) ที่ยกระดับการขับไปอีกขั้นด้วยการปรับแต่งพิเศษเพื่อขับขี่แบบสปอร์ตโดยเฉพาะ

ระหว่างการขับยังเป็นโอกาสดีที่ได้ทดสอบระบบความปลอดภัยของ Lexus RX โดยเฉพาะระบบช่วยเตือนจุดบอด (Blind Spot Monitor System) ที่จะส่งสัญญาณเตือนบนกระจกมองข้างหากพบรถที่อยู่เลนข้างๆ ในตำแหน่งที่คนขับอาจมองไม่เห็น และระบบแสดงสภาพมุมสูง Panoramic View Monitor ที่จะจำลองภาพรอบรถจากมุมสูงขึ้นสู่หน้าจอ EMVเพื่อให้รู้ว่ามีสิ่งกีดขวางหรือคนอยู่ใกล้หรือไม่ รวมทั้งระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert)

Lane Keep Assist RX6145_resize RX6147_resize

นอกจากนี้ Lexus RX 200t มีอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนปัจจุบันทั้งที่ชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charger) รองรับการชาร์จไฟแบบ Qi อยู่บริเวณคอนโซลกลาง และครั้งแรกที่มีการใช้ระบบเปิดประตูท้ายอัตโนมัติ (Touchless Power Back Door) เพียงแค่ยื่นมือเหนือสัญลักษณ์ Lexus ที่มีเซ็นเซอร์ติดตั้งอยู่สร้างความสบายหากต้องถือสัมภาระหรือมีคราบสกปรกติดรถ

test lexus rx2001

ตลอดระยะทาง 270 กิโลเมตรกับ Lexus RX200t ทั้ง 2 รุ่น ต้องยอมรับในความยอดเยี่ยมทั้งสมรรถนะการขับ และอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งมาแบบครบครันอย่างที่ต้องการให้เป็น Premium Crossover SUV แต่ปัญหาเดียวของ Lexus ในการทำตลาดเมืองไทย คงเป็นความเสียเปรียบด้านราคาจากการที่พวกเขาต้องนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นทั้งคัน ทำให้ถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูง หากเทียบกับแบรนด์รถหรูคู่แข่งที่ทยอยนำรถรุ่นต่างๆ เข้ามาประกอบในประเทศ ทำให้ราคาลดลงมาหลายแสนจนยอดขายเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ปีหลัง เท่าที่รู้ตอนนี้ Lexus ยังไม่มีแผนจะเปิดโรงงานผลิตเพิ่มจากที่มีอยู่ในญี่ปุ่น และแคนาดา แต่หากต้องการทำยอดขายสูงขึ้นพวกเขาต้องรีบหาทางลดข้อเสียเปรียบตรงนี้ให้ได้เร็วที่สุด

 

 

 

ข้อมูลทางเทคนิค Lexus RX200t

เรื่อง: พูนทวี สุวัตถิกุล

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Related posts:

สุข สุด แกร่ง “ISUZU 1.9 Ddi Blue Power” Press Trip พันโค้งสู่เมืองปาย
ขับ MX-5 ชิลล์ เขาใหญ่ ขับสนุก นุ่ม หนึบ กว่าเดิม
ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวานทริป กรุงเทพ – อิตาลี Day 13 : 15 มิ.ย. 2559ท่องเที่ยวเมืองคาซการ์
All New Toyota Sienta ไม่เร้าใจวัยรุ่น-แต่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่
เปิดประสบการณ์สุดขั้วโลก ไซบีเรีย-มอสโก ตอนที่ 5
Toyota Tank มินิแวนไซส์เล็ก แต่ของเด็ด! ไม่เล็กตามไซส์
ลองขับ ฮอนด้า CR-V ใหม่ เบนซิน หรือ ดีเซล อะไรเจ๋งกว่ากัน
TOYOTA  INNOVA CRYSTA 2.8V A/T ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ กับขุมพลังดีเซล คอมมอนเรล

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up