“EcoBoost Turbo” ไม้เด็ดที่เหนือชั้นของฟอร์ด

เครื่องยนต์ EcoBoost Turbo (อีโค่บูสท์ เทอร์โบ) กลับมาสร้างกระแสในไทยอีกครั้ง เมื่อฟอร์ด ประเทศไทย จับเครื่องยนต์รุ่นนี้มาใส่ไว้ในรถเก๋งขนาดกลาง แต่เปลี่ยนขนาดจากรุ่นเดิม 1.0 ลิตร เทอร์โบ ที่อยู่ในเฟียสต้า มาเป็น 1.5 ลิตร เทอร์โบ ใน ฟอร์ด โฟกัส รุ่นใหม่ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่โดดเด่นที่สุดรุ่นหนึ่งของฟอร์ด

สำหรับเครื่องยนต์ EcoBoost ได้เปิดตัวสู่สาธารณะชนครั้งแรกเมื่อปี 2009 (พ.ศ.2552) โดยติดตั้งเป็นขุมพลังขนาด 3.5 ลิตร V6 ใน Taurus sho (ทอรัส เอสเอชโอ) ซึ่งเทคโนโลยี EcoBoost Turbo ถือเป็นเทคโนโลยีเครื่องยนต์ระดับโลกของฟอร์ดที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านสมรรถนะความแรงและการประหยัดน้ำมัน อีกทั้งยังการันตีด้วยรางวัลเครื่องยนต์นานาชาติยอดเยี่ยม (International Engine of The Year) 4 ปีติดต่อกัน จากเครื่อง EcoBoost 1.0 ลิตร ซึ่งเครื่องยนต์รุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นในเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี, เมืองไครโอวา ประเทศโรมาเนีย และเมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน โดยถูกส่งไปจำหน่ายใน 72 ประเทศทั่วโลก และถูกสร้างขึ้นมาหลายขนาด ตั้งแต่เครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร, 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร 1.6 ลิตร 2.0 ลิตร และ 2.3 ลิตร เครื่องยนต์ แบบ V6 ขนาด 2.7 ลิตร และ 3.5 ลิตร  โดยเครื่องยนต์แบบหลังสุด ได้รับการพัฒนาขึ้นสำหรับติดตั้งในรถ Ford GT (ฟอร์ด จีที) รุ่นใหม่ ที่จะใช้ลงแข่ง ณ สนาม เลอ ม็องส์ ประเทศฝรั่งเศสในปี 2559

new_ford_focus_ecoboost_1

ทั้งนี้ ในฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ที่จำหน่ายในประเทศไทยติดตั้งเครื่องยนต์ EcoBoost Turbo ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ ที่รองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร ที่ 1,600 5,000 รอบต่อนาที ให้พละกำลังที่ดีกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0  ลิตรทั่วไป และประหยัดน้ำมันได้ราว 14 กิโลเมตรต่อลิตร และยังมาพร้อมกับระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย (Paddle Shift) ที่ช่วยให้ขับสนุกและเปลี่ยนเกียร์ได้สะดวกมากขึ้น

หัวใจสำคัญของมันก็คือการทำงานด้วยระบบเทอร์โบชาร์จ (Turbo Charge) ระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงแบบไดเรคอินเจคชั่น (GTDi – Gasoline Direct Injection)  และระบบแปรผันแคมชาฟท์แบบอิสระคู่ (Ti-VCT) เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด บล็อกเครื่องยนต์ที่ผลิตจากอะลูมิเนียมยังช่วยลดน้ำหนักของเครื่องยนต์ รวมถึงช่วยเพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

ในส่วนของกระบอกลูกสูบรุ่นใหม่ยังช่วยเพิ่มการระบายความร้อนและท่อไอเสียแบบรวม ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการส่งผ่านปริมาณอากาศที่พอเหมาะไปยังเครื่องยนต์ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ ท่อไอเสียแบบรวมยังช่วยลดระยะการส่งก๊าซไอเสียจากกระบอกสูบไปยังเทอร์โบชาร์จซึ่งจะช่วยลดอาการรอรอบเทอร์โบ (Turbo-lag) ในขณะที่รถต้องการแรงบิดอย่างรวดเร็ว การปรับปรุงพัฒนาระบบควบคุมเครื่องยนต์ใหม่นี้ ยังช่วยยกระดับการทำงานของเครื่องยนต์ ที่มอบความเงียบและประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

EcoBoost Turbo 1 5L Engine with Logo

ด้วยนวัตกรรมทั้งหมดนี้ เทคโนโลยีเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบจึงได้รับรางวัลระดับนานาชาติอื่นๆ อีกหลายรางวัล อาทิ รางวัล International Paul Pietsch Award 2013 สาขานวัตกรรมด้านเทคโนโลยี จากประเทศเยอรมนี รางวัล Royal Academy of Engineering Colin Campbell Mitchell รางวัล Dewar Trophy จากราชยานยนต์สโมสรในประเทศอังกฤษ และรางวัล Breakthrough Award จากนิตยสาร Popular Mechanics ในประเทศสหรัฐอเมริกา

EcoBoost Turbo พูดได้ว่าเป็นนวัตกรรมเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดของฟอร์ด ที่สะท้อนความมุ่งมั่นและแนวคิดด้านการออกแบบเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

 

เรื่อง: พุทธิ ผาสุข

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Related posts:

มาแล้วกับหมวกกันน็อคเปิดหลังที่พัฒนาจากแดนจิงโจ้
Hyundai สานฝันหุ่นยนต์ยกของ
Terrafugia รถยนต์บินได้
เชฟโรเลต แคปติวา SUV ที่พร้อมทั้งสมรรถนะและการเชื่อมต่อ
ขุมพลัง “ดูราแม็กซ์” ที่สุดแห่งพลังของเชฟโรเลต
บ๊อช สาธิตเทคโนโลยีช่วยชีวิตสำหรับรถจักรยานยนต์
MONO WHEEL จักรยานไฟฟ้าล้อเดียวจาก RYNO MOTOR
บ๊อชคิดค้นแผนที่สัญญาณเรดาร์ช่วยการขับขี่อัตโนมัติเป็นครั้งแรกของโลก

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up