แรกสัมผัส ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ 1.5 ลิตร VTEC TURBO ครั้งแรกในประเทศไทย

civic-turbo

ALL-NEW CIVIC_RS_ Front
ครั้งนี้ถือว่าเป็นทริปทดสอบแบบพิเศษจริงๆ เมื่อ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ร่อนจดหมายเชิญให้สื่อมวลชนกลุ่มแรกในไทย เข้าร่วมทดลองขับ “ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10ก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ โดยใช้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เป็นสนามทดสอบ และฮอนด้า ซีวิค ใหม่ รุ่นนี้ มีความพิเศษที่ฮอนด้าได้ติดตั้งเครื่องยนต์ VTEC TURBO (วีเทค เทอร์โบ) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งทีมวิศวกรฮอนด้าพยายามที่จะทำให้ซีวิครุ่นใหม่นี้เป็นรถในกลุ่ม C-Segment ที่ดีที่สุดในโลกให้เทียบเท่ารถหรูในยุโรป

honda-vtec-turbo-1500cc-straight-fournew_civic_brief_3

สำหรับเครื่องยนต์ VTEC TURBO ที่ติดตั้งอยู่ใน ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ได้ถูกพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้มีสมรรถนะที่ทรงพลังมากขึ้น แต่มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีกว่าเครื่องยนต์เทอร์โบแบบเดิม ที่แม้จะให้พละกำลังสูง แต่กลับมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่สูงตามมาด้วย เครื่องเทอร์โบตัวใหม่นี้จึงถูกพัฒนาขึ้นใหม่ ให้มีความแรงและประหยัดน้ำมันมากกว่าเดิม เพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครอบคลุม

new_civic_brief_3_1

โดยจุดเด่นอีกเรื่องคือ การรีไซเคิลไอเสีย เมื่อเครื่องยนต์ทำงาน ไอเสียที่ถูกปล่อยออกมาจะไปทำให้ใบพัดของเทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ทำงาน ซึ่งพลังงานที่ได้มาจากไอเสียนี้จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ และทำให้เพิ่มประสิทธิภาพของพลังงานความร้อนไปในตัว

ALL-NEW CIVIC_RS_Rear

สำหรับ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มาในรูปโฉมที่ให้ความเป็นรถสปอร์ต มีการออกแบบที่ให้อารมณ์เหมือนรถยุโรป มีตัวถังที่กว้างขึ้น และมีความสูงที่ลดต่ำลง เพื่อให้ความรู้สึกเช่นเดียวกับการขับรถสปอร์ต ให้การยึดเกาะผิวถนนได้อย่างมั่นใจ มีห้องโดยสารที่กว้างใกล้เคียงรถยนต์ในกลุ่ม D-Segment และอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสมต่อการใช้งาน

new_civic_brief_4

สเปคของขุมพลังขนาด 1.5 ลิตร VTEC TURBO ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้พละกำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที และมีแรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 5,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ซึ่งให้สมรรถนะและแรงบิดที่เทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แต่มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีกว่า แต่เครื่อง 1.5 เทอร์โบ ไม่รองรับ E85 ยกเว้นเครื่อง 1.8 ที่รองรับ E85 ได้

new_civic_brief_2

มร.ฮิโรชิ  อิโตะ หัวหน้าวิศวกรและผู้ช่วยหัวหน้าทีมพัฒนา รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด

แต่หากจะพูดถึงหัวใจสำคัญของเทคโนโลยี VTEC TURBO ประกอบไปด้วยเทคโนโลยีหลัก 3 เรื่อง ได้แก่

ระบบหัวฉีด ไดเรคท์ อินเจคชั่น และท่อไอดีแบบตรง

สำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบจะมีข้อด้อยที่คล้ายๆ กันคือ การส่งอากาศที่มีแรงดันสูงเข้าไปในเครื่องยนต์ จะทำให้อุณหภูมิและการสันดาบภายในเครื่องยนต์เพิ่มสูงขึ้นตามมา ส่งผลทำให้เครื่องยนต์มีอาการชะงัก แต่สำหรับเครื่องยนต์ VTEC TURBO ได้นำเทคโนโลยีหัวฉีด ไดเรคท์ อินเจคชัน ฉีดน้ำมันตรงเข้าในกระบอกสูบ ทำให้ช่วยลดอุณหภูมิภายในกระบอกสูบและการไหลของไอดีแบบตรงไปช่วยทำให้อากาศและเชื้อเพลิงผสมกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การเผาไหม้ทำได้หมดจด เครื่องยนต์จึงทำงานได้ราบเรียบและต่อเนื่อง

new_civic_brief_5

ระบบการควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วแบบคู่ (Dual VTC) ของท่อไอดีและท่อไอเสีย

ในเครื่องยนต์เทอร์โบทั่วไปจะให้พละกำลังในรอบต่ำได้ไม่เต็มที่ ทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เครื่องยนต์ VTEC TURBO ตัวใหม่นี้จึงมี Value Timing Control (VTC) เพื่อไปควบคุมจังหวะการเปิด-ปิดวาล์วของท่อไอดีและท่อไอเสียให้สอดคล้องกัน จึงทำให้เครื่องยนต์เทอร์โบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นแม้จะใช้รอบเครื่องต่ำ

new_civic_brief_6

ระบบเทอร์โบ ชาร์จเจอร์ ที่มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้า

ในเครื่องยนต์เทอร์โบจะพบปัญหาที่เหมือนกันคือ หลังจากกดคันเร่งเต็มที่แล้ว เทอร์โบตอบสนองได้ช้า การเพิ่มปริมาณไอดีให้สูงขึ้น จึงทำให้ปล่อยไอเสียออกมามากเกินไป ส่วนเทอร์โบชาร์จเจอร์ ในซีวิค เทอร์โบ มีระบบควบคุมช่องระบายไอเสียส่วนเกินด้วยไฟฟ้า ด้วยการติดตั้งใบพัดขนาดเล็ก เพื่อนำพลังงานไอเสียส่วนเกินกลับมาใช้ใหม่ (การRecycleไอเสีย) ทำให้เมื่อเหยียบคันเร่งในลักษณะการคิกดาวน์ เครื่องยนต์เทอร์โบตัวนี้จึงตอบสนองการเร่งเครื่องได้รวดเร็วทันใจมากขึ้น

ALL-NEW CIVIC_RS_ Side

มาที่การทดลองขับ ฮอนด้า ซีวิค VTEC TURBO ในสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ซึ่งจะขอรีวิวแบบคร่าวๆ เพราะได้สัมผัสอยู่เพียงไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น โดยรุ่นที่ทดลองขับเป็นรุ่น RS ที่มาพร้อมสปอยเลอร์หลัง ซึ่งการปรับจูนช่วงล่างจะดีกว่ารุ่นปกติ เนื่องจาก RS นั้นเป็นรุ่นสูงสุดจึงต้องปรับแต่งให้เป็นพิเศษ โดยงานนี้ทางทีมงานฮอนด้าจัดให้ขับในสนามแบบ Full Lab เต็มรอบสนาม 2 รอบ เมื่อเดินสำรวจรอบคัน ให้ความเห็นว่าเป็นซีวิคที่สวยคม ไฟท้ายโดดเด่นสะดุดตามาก (ไฟท้ายนี่ผู้เขียนยอมรับว่ามันสวยโดนใจจริงๆ) ซึ่งเมื่อติดสปอยเลอร์เข้าไปทำให้ดูหล่อเหลาเอาการ ตัวรถที่เส้นสายข้างที่เฉียบคม และดูใหญ่ขึ้นใกล้เคียงกับรุ่นพี่อย่างฮอนด้า แอคคอร์ด  รวมทั้งยังดูเตี้ยลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้รู้สึกว่าเจ้าซีวิคใหม่นี้ มีความเป็นสปอร์ตตั้งแต่หัวจรดเท้าทีเดียว

new_civic_brief (2)

ภายในห้องโดยสารค่อนข้างกว้าง และให้ความรู้สึกว่ากว้างกว่ารุ่นที่แล้วอยู่พอสมควร เบาะนั่งฝั่งคนขับโอบกระชับลำตัวดี ซึ่งถูกออกแบบให้ตำแหน่งเบาะนั่งเตี้ยลงอย่างชัดเจน (เหมือนขับรถสปอร์ต) และเป็นเบาะนั่งแบบปรับด้วยไฟฟ้า พวงมาลัยพร้อมปุ่มควบคุม ที่ปลายก้านไฟเลี้ยวมีปุ่มสำหรับกดดูกล้องด้านข้างเพื่อเช็คจุดอับสายตา แผงมาตรวัดความเร็วและวัดรอบเครื่องยนต์เป็นจอ LCD ที่ให้ความคมชัดสูง พร้อมแสดงมาตรวัดแรงดันเทอร์โบ ส่วนที่นั่งฝั่งผู้โดยสารกว้างและนั่งสบาย ตำแหน่งการนั่งจะต่างจากรุ่นที่แล้วอยู่พอสมควร ซึ่งเหมือนกับการนั่งอยู่บนเบาะหลังของรถสปอร์ตที่ก้นจะยุบลงไปในเบาะ ปลายเบาะจะสูงขึ้นรองรับต้นขา ทำให้ไม่ต้องนั่งชันขา แต่นั่งได้สบายมาก ซึ่งทางทีมวิศวกรได้ออกแบบให้ห้องโดยสารกว้างด้วยการยึดสรีระของคนยุโรปเป็นโจทย์ในการออกแบบ

ALL-NEW CIVIC_RS_

ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ที่ให้มา เท่าที่สำรวจดูพบกว่า ไฟหน้าเป็นแบบแอลอีดีจำนวน 9 ดวง ซึ่งแบ่งเป็นไฟสูง 4 ดวง ไฟหน้า 5 ดวง ล้อมด้านข้างด้วยไฟ Day time และตำแหน่งไฟเลี้ยวอยู่เหนือตำแหน่งไฟหน้า, กล้องมองหลัง, กล้องด้านข้างเพื่อเช็คมุมอับสายตาที่กระจกมองข้างด้านซ้าย, เบรกมือไฟฟ้า, จอทัชสกรีนที่คอนโซลกลางขนาด 7 นิ้ว, ปุ่ม ECON โหมด, พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังกว้างถึง 530 ลิตร, กุญแจแบบ Immobilizer Key ที่มีความพิเศษด้วยการสั่งให้เครื่องยนต์สตาร์ทและดับเครื่องได้ ด้วยการกดปุ่มที่กุญแจรีโมทเท่านั้น ซึ่งมีรัศมีทำการไม่เกิน 10 เมตร แต่ประตูรถจะยังคงล็อคอยู่ จนกว่าจะกดปุ่มปลดล็อค และหากสตาร์ททิ้งเอาไว้เกิน 10 นาที เครื่องยนต์จะดับเองอัตโนมัติ

เมื่อได้ขับพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิมค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นอัตราเร่งที่รวดเร็วทันใจ การควบคุมการบังคับเลี้ยวที่แม่นยำ แม้ว่าน้ำหนักของพวงมาลัยค่อนข้างเบา แต่ต้องบอกว่า “เบาแต่คม” โดยอัตราเร่งนั้นเมื่อจับเวลาแบบคร่าวๆ  0-100 ก.ม./ช.ม. อยู่ราวๆ 8-9  วินาที และการกดคันเร่งเพื่อกวาดความเร็วให้อยู่ในช่วง 160 ก.ม./ช.ม. ก็เป็นเรื่องง่ายๆ ไปเลย ช่วงล่างเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัทแต่มีการปรับจูนให้แข็งขึ้นเล็กน้อย แต่เน้นไปทางนุ่มนวลมากกว่า  ห้องโดยสารเก็บเสียงได้ดีมาก  เมื่อขับด้วยความเร็วสูงและลองหมุนพวงมาลัยแบบเปลี่ยนเลนกระทันหันพบว่าการยึดเกาะถนนทำได้น่าประทับใจ อาการท้ายสะบัดที่เคยมีลดลงอย่างสัมผัสได้ชัดเจน แต่ยังคงรู้สึกได้ถึงอาการท้ายสะบัดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนมุมมองภายในห้องโดยสาร เสา A ที่เคยเป็นตัวบดบังทัศนวิสัยก็ปรับให้ดูบดบังน้อยลง

ส่วนจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ราบเรียบและต่อเนื่องดีมาก การปรับเกียร์ด้วยแพดเดิล ชิพ สามารถทำได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องให้รอบเครื่องอยู่ในจังหวะที่เหมาะสม น้ำหนักของเบรกทำมาได้ดีขึ้นกว่าเดิม เมื่อเร่งความเร็วแล้วเหยียบเบรกหนักๆ จะรู้สึกถึงการถ่ายน้ำหนักมาที่ด้านหน้าชัดเจน แต่ไม่ถึงขนาดเบรกหัวทิ่ม หรือการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงแบบที่เกินลิมิตของโค้ง ระบบควบคุมการทรงตัวทำงานได้เร็วมาก ซึ่งช่วยให้ผู้ขับควบคุมทิศทางได้ง่ายขึ้น  โดยรวมแล้วถือว่าลงตัวมาก แม้จะเป็นเกียร์ CVT ที่ฮอนด้าสามารถทำให้ขับสนุกได้ใกล้เคียงรถแบบสปอร์ต แต่ให้อรรถประโยชน์ในแบบรถครอบครัว สมกับการรอคอยและเป็น ฮอนด้า ซีวิค ที่ให้การขับที่สนุกและตอบสนองได้ดีที่สุดเท่าที่เคยขับซีวิครุ่นอื่นๆ มา

สำหรับ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10 จะมีให้เลือกทั้งรุ่นเครื่องยนต์ ขนาด 1.5 ลิตร VTEC TURBO และ 1.8 ลิตร สเปครถแบบละเอียด รุ่นย่อย และราคาจำหน่าย ขอให้รออีกไม่นาน เพราะเร็วๆ นี้จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ส่วนแฟนๆ ซีวิค รับรองได้ว่าเมื่อเห็นตัวจริงแล้วจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

new_civic_brief

 

 

 

เรื่อง : พุทธิ  ผาสุข

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register