ห้ามมอเตอร์ไซค์ขึ้นสะพาน-ลงอุโมงค์ จะทำเพื่อ?

อากาศร้อนไม่พอ ยังมีเรื่องให้เดือดร้อนกันอีก เมื่อ บช.น. สั่งห้ามมอเตอร์ไซค์ขึ้นสะพาน-ลงอุโมงค์ งานนี้ชาวสองล้อบ่นกันอุบ เพราะเดินทางยากลำบากกว่าเดิมอีกเยอะ!!

เรื่องนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ดูแลงานจราจร กล่าวว่า “ที่ผ่านมามีปัญหารถจักรยานยนต์ฝ่าฝืนขับขี่ขึ้นไปบนสะพานข้ามทางแยกและอุโมงค์ลอดทางแยก ซึ่งขาดความเป็นระเบียบและส่งผลต่อปัญหาการจราจร แต่เรื่องที่อันตรายที่สุดคือทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง และเพื่อเป็นการแก้ปัญหานี้ ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จึงได้ออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร (ชั่วคราว) ว่าด้วยการห้ามรถบางชนิด และล้อเลื่อนลากเข็นเดินบนสะพานข้ามทางร่วมทางแยก และในอุโมงค์ลอดทางแยก พ.ศ.2559 โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522

โดยการออกประกาศข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรนี้มีผล 90 วัน เป็นการชั่วคราว หลังจากนั้นจะมีการประเมินผลที่ได้รับจากการบังคับใช้นี้ ว่าควรที่จะประกาศเป็นข้อบังคับการจราจรต่อไปหรือไม่ และต้องมีการพูดคุยกับทุกภาคส่วน ทั้งกรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างทาง ว่าควรมีการปรับปรุงการสร้างทางอย่างไรให้ปลอดภัยและรองรับการจราจรที่มีจำนวนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มากขึ้นให้ใช้ทางร่วมกันได้อย่างปลอดภัย

เพราะปัจจุบันในส่วนของการจัดระบบทางเดินรถทั้งบนสะพานและในอุโมงค์ ไม่ได้จัดเอาไว้สำหรับรถที่มีความเร็วต่ำ อาทิ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน รถลากเข็น เป็นต้น ซึ่งจริงๆ แล้วบนสะพานหรือในอุโมงค์เมื่อไม่มีการกำหนดช่องทางให้รถเหล่านี้วิ่ง นั่นคือ หากมีรถเข้ามาวิ่งจะเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสามารถจับกุมได้ตามกฎหมาย แต่ที่ผ่านมาเป็นการอนุโลม จึงเกิดความเข้าใจผิดในเรื่องนี้มาอย่างยาวนาน”

scoob (2)

สะพานและอุโมงค์แห่งไหนบ้างที่ประกาศห้ามเดินรถ

สำหรับสะพานข้ามแยกที่ห้ามเดินรถทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครมีทั้งสิ้น 39 สะพาน คือ สะพานยกระดับข้ามแยกคลองตัน, สะพานยกระดับข้ามแยกอโศกเพชร, สะพานข้ามแยกรามคำแหง, สะพานข้ามแยกประชาสงเคราะห์, สะพานข้ามแยกสามเหลี่ยมดินแดง, สะพานข้ามแยกตึกชัย, สะพานข้ามแยกราชเทวี, สะพานข้ามแยกประตูน้ำ, สะพานข้ามแยกยมราช, สะพานข้ามแยกกำแพงเพชร, สะพานข้ามแยกรัชดา-ลาดพร้าว, สะพานข้ามแยกสุทธิสาร, สะพานข้ามแยกรัชโยธิน, สะพานข้ามแยกประชานุกูล, สะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง, สะพานข้ามแยกวงเวียนบางเขน, สะพานยกระดับถนนสุวินทวงศ์, สะพานยกระดับข้ามแยกร่มเกล้า ถนนรามคำแหง, สะพานยกระดับข้ามแยกลาดบัวขาว ถนนรามคำแหง, สะพานยกระดับข้ามแยกมีนบุรี, สะพานข้ามแยกสถานีบรรทุกสินค้าไอซีดี ถนนเจ้าคุณทหาร, สะพานข้ามแยกลำสาลี, สะพานยกระดับถนนรามคำแหง, สะพานข้ามแยกศรีอุดม, สะพานข้ามแยกประเวศ, สะพานข้ามแยกบางกะปิ, สะพานไทย-เบลเยียม, สะพานข้ามถนนนางลิ้นจี่, สะพานข้ามแยกรัชดาพระราม4, สะพานภูมิพล1, สะพานข้ามแยกคลองตัน, สะพานข้ามแยกศิครินทร์, สะพานไทย-ญี่ปุ่น, สะพานข้ามแยกบรมราชชนนี, สะพานข้ามแยกบางพลัด, สะพานข้ามแยกพระราม2, สะพานข้ามแยกตากสิน, สะพานข้ามแยกนิลกาจ และ สะพานข้ามแยกบางพฤกษ์

ส่วน อุโมงค์ลอดแยก ที่ห้ามเดินรถ มีทั้งหมด 6 อุโมงค์ คือ อุโมงค์วงเวียนบางเขน, อุโมงค์พัฒนาการรามคำแหง 24, อุโมงค์ศรีอุดม, อุโมงค์บรมราชชนนี, อุโมงค์บางพลัด และอุโมงค์ท่าพระ (แค่เห็นรายชื่อสะพานและอุโมงค์แค่นี้ก็ทำให้ผู้ที่ขี่รถจักรยานยนต์ต้องปวดหัวกับการใช้เส้นทางกันพอสมควร)

โดยข้อบังคับนี้เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.2559 เป็นต้นไป ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกวดขันจับกุมผู้กระทำผิด อย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะมีอัตราโทษปรับ ตั้งแต่ 500 – 1,000 บาท ในข้อหาฝ่าฝืนเครื่องหมายบนพื้นทาง

scoob (1)

เปิดใจมองปัญหาและสาเหตุ

ตอนนี้อยากให้หยุดขัดแย้ง มาวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุกันก่อน จริงอยู่ที่ปัจจุบันใช้พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ในการบังคับใช้ ซึ่งเป็น พรบ.จราจรที่เก่าและล้าสมัย ไม่ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงจึงทำให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้ตามมา นี่คือปัญหาเรื่องที่หนึ่ง

แต่หากพิจารณาแล้วจะเห็นว่าข้อบังคับเกี่ยวกับการห้ามไม่ให้รถบางประเภทอย่างรถจักรยานยนต์ รถจักรยาน รถลากเข็น ใช้ทางขึ้นสะพานและลงอุโมงค์ นั่นเพื่อความปลอดภัยและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งผลกระทบหลักๆ ตอนนี้อยู่ที่ผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นส่วนใหญ่ โดยจากสถิติการจดทะเบียนสะสมของกรมการขนส่งทางบก เฉพาะรถจักรยานยนต์ในกรุงเทพ ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 มีจำนวนรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลอยู่ที่ 3,308,512 คัน คิดเป็นจำนวนมากกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนรถทั้งหมดที่จดทะเบียนในกรุงเทพ รถจักรยานยนต์เหล่านี้ปัจจุบันถูกพัฒนาไปมากและสามารถทำความเร็วได้สูงกว่าในอดีตหลายเท่าตัว กลายเป็นปัญหาเรื่องที่สองคือ ช่องทางเดินรถบนสะพานและในอุโมงค์ กลับไม่ได้แบ่งช่องทางเฉพาะไว้รองรับให้รถจักรยานยนต์ได้เข้าไปใช้ทาง แม้ว่ารถจักรยานยนต์จะทำความเร็วได้มากกว่าในอดีต เพราะด้วย พรบ.จราจรทางบกได้กำหนดเรื่องการห้ามเอาไว้นี่จึงกลายเป็นเรื่องที่ขัดกันกับการใช้งานจริงอย่างชัดเจน

ส่วนปัญหาที่น่าจะหนักที่สุดคือ เรื่องของอุบัติเหตุ อาจจะยังไม่มีตัวเลขอย่างชัดเจนว่ารถมอเตอร์ไซค์ที่เกิดอุบัติเหตุจากการขับขึ้นสะพานและลงอุโมงค์มีจำนวนเท่าไหร่ แต่หากเป็นผู้ที่ขับรถยนต์จะรู้สึกว่าขับยากและต้องคอยระวังมากขึ้น เพราะกลัวว่าจะไปเกี่ยวรถมอเตอร์ไซค์ล้ม ซึ่งหากล้มบนทางทั่วไปยังไม่เท่าไหร่ แต่หากล้มบนสะพานอาจตกลงมาจากสะพานทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนในอุโมงค์นั้นก็อันตรายไม่แพ้กัน โดยปกติภายในอุโมงค์จะมีแสงสว่างค่อนข้างน้อย หากเกิดรถล้มขึ้นมา โอกาสที่รถคันหลังตามมามองไม่เห็นก็เป็นไปได้

รับฟัง ร่วมแก้ไข คือทางออก

ในฐานะที่ผู้เขียนมีโอกาสได้เดินทางด้วยการขับรถยนต์ในหลายประเทศ มีสิ่งที่เสนอเป็นทางเลือกนอกเหนือจากการเปลี่ยนข้อบังคับใช้ตามกฎหมาย นั่นคือ แนะนำให้มีการสร้างสะพานและอุโมงค์ให้มีพื้นที่กว้างขึ้นเพื่อแบ่งเป็นทางสำหรับรถมอเตอร์ไซค์เอาไว้ ซึ่งเชื่อว่าสามารถทำได้ เพราะในต่างประเทศ ยกตัวอย่างประเทศมาเลเซียที่ติดกับประเทศไทยนี่ล่ะ จะมีทางเฉพาะสำหรับรถมอเตอร์ไซค์เอาไว้วิ่งคู่ไปกับทางปกติที่รถยนต์ใช้กัน แม้กระทั่งเส้นทางที่เหมือนกับมอเตอร์เวย์ ก็จะมีทางเฉพาะสำหรับรถมอเตอร์ไซค์วิ่งขนานไปเช่นกัน แต่จะมีแนวรั้วกั้นเอาไว้เป็นทางเฉพาะ ซึ่งการออกแบบการใช้ทางร่วมกันแบบนี้ จะทำให้เป็นระเบียบและป้องกันอุบัติเหตุได้ดีกว่า

เอาเป็นว่าในแนวคิดของเจ้าหน้าที่ ท่านก็พยายามสร้างให้เกิดความเป็นระเบียบและความปลอดภัย เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาจราจรให้คล่องตัวขึ้น ส่วนประชาชนผู้ใช้รถควรทำความเข้าใจกับข้อบังคับต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมา และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎจราจร เพราะปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น มันก็มาจากผู้ใช้รถที่ไม่สนใจกฎจราจรและไร้น้ำใจบนท้องถนน จริงมั้ยล่ะ

 

 

เรื่อง : พุทธิ ผาสุข

ภาพ : จาก Internet

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

 

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up