สำรวจ 2 ล้อตัวเจ็บที่ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของ

ภายในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ต้องบอกเลยว่าในโซนของรถจักรยานยนต์มีความคึกคักไม่แพ้ทางฝั่งของรถยนต์เลยสักนิด แถมยังดูน่าสนใจและทำให้หนุ่มๆ ต้องหัวใจสั่นไหวกันทีเดียว (หมายถึงรถนะไม่ใช่พริ้ตตี้) มาสำรวจดูกันว่าแต่ละค่ายมีรุ่นไหนที่ควรเป็นเจ้าของกันบ้าง

honda EV-Club Concept

มาเริ่มจากค่ายแรก ฮอนด้า จากแดนอาทิตย์อุทัยกันก่อน งานนี้ เอ.พี.ฮอนด้า ยกทัพจัดเต็มมาทุกรุ่น แต่รุ่นที่ต้องนำมาพูดถึงคือ  EV-Cub Concept ที่บินตรงมาจากญี่ปุ่นเพื่ออวดโฉมในงานนี้โดยเฉพาะ โดย EV-Club Concept คันนี้เป็นรถจักรยานยนต์พลังไฟฟ้าที่ผสมเทคโนโลยีกับความคลาสสิกของรถตระกูล Cup ได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เสียงเงียบ และไม่มีมลพิษ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ที่มีน้ำหนักเบาและยังถอดแบตเตอรี่ออกมาชาร์จไฟได้อีกด้วย

Honda 300 TT Racer Concept

และอีกคันที่หลายคนจดๆ จ้องๆ คือ Honda 300 TT Racer Concept รถต้นแบบตระกูล 300 Series ที่เกิดจากแรงบันดาลใจของการตกแต่งรถในสไตล์นีโอ เรโทร เรเซอร์ (Neo Retro Racer) ซึ่งมองๆ ดูแล้วเจ้าคันนี้หากเป็นรุ่นผลิตมาใช้งานจริง น่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีแน่นอน

honda africa twin

ขอต่ออีกสัก 1 รุ่น เพราะเอ.พี.ฮอนด้า จัดเต็มจริงๆ มาต่อกันที่ Honda Africa Twin สายฝุ่นที่หลายคนเฝ้ารอ นี่คือรถแอดเวนเจอร์ระดับท๊อปคลาสที่สร้างชื่อจากการเป็นแชมป์แรลลี่ดาการ์หลายสมัย ซึ่งคันนี้ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด แสดงออกถึงความแข็งแกร่งและความสวยงาม รวมทั้งเทคโนโลยีรุ่นใหม่อย่างระบบเกียร์ DCT ที่ใช้งานได้ดีทั้งทางเรียบและทางฝุ่น

yamaha m slaz

มากันที่ยามาฮ่า ปีนี้ก็จัดเต็มเช่นกัน โดยรุ่นที่ขอหยิบยกขึ้นมาเห็นจะต้องเป็นรุ่นนี้ Yamaha M-Slaz รถ Street Bike สไตล์ Naked ที่จะสร้างความเร้าใจและความสนุกในทุกจังหวะการขับขี่อย่างแท้จริง และอีกคันก็คือ Yamaha YZF-R1 อีกหนึ่งจ้าวตำนานสไตล์สปอร์ตที่หลายคนอย่างเป็นเจ้าของ อีกทั้งยังมีดีกรีเป็นถึงแชมป์ Moto GP อีกด้วย

kawasaki ninja h2kawasaki NINJA ZX-10R

คาวาซากิ ค่ายสองล้อที่มาเงียบๆ แต่มาแรงทุกครั้ง งานนี้มาเปิดตัว Kawasaki Ninja H2 รถจักรยานยนต์ระดับโลก ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเร็วและความแรง จากขุมพลัง 200 แรงม้า พ่วงด้วยระบบ Super Charger และ KTRC (Kawasaki Traction Control) เป็นระบบการป้องกันการลื่นไถลที่สามารถปรับได้ตามสภาพการใช้งาน สุดยอดจริงๆ และอีกรุ่นในตระกูลเดียวกันก็คือ  NINJA ZX-10R แต่ถูกปรับทั้งหน้าตาและสมรรถนะให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น มาพร้อมขุมพลัง 998 ซีซี. 200 แรงม้า แถมยังเตี้ยลง ทำให้มี Aero Dynamic ที่ดีขึ้น หล่ออย่างนี้ใครจะอดใจไหว

GSX1300R Hayabusa

ซูซูกิ โดย บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด กับ GSX1300R Hayabusa สายพันธุ์ดุแห่งเอเชีย แรงด้วยขุมพลัง 4 สูบ 4 จังหวะ DOHC 1,340 ซีซี ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด (Fi)  ระบายความร้อนด้วยน้ำ ติดตั้ง Suzuki Dual Throttle Valve (SDTV) ในชุดเรือนลิ้นเร่งวาล์วไอดีและวาล์วไอเสีย ผลิตจากไทเทเนียม

SUZUKI GSX-R1000

และ SUZUKI GSX-R1000  อีกหนึ่งตัวแรงที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จังหวะ ระบบเกียร์ 6 สปีด 999 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบประมวลผล FEM (Finite Element Method) เทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในการแข่งขันระดับโลก มีฐานล้อแคบลง และสวิงอาร์มที่ยาวขึ้น เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ให้สมบูรณ์แบบ ตัวถังผลิตจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ จุดระเบิดอย่างหมดจดด้วยหัวเทียนแบบ Iridium  เบรกหน้าแบบ Twin Disc คาลิเปอร์ Brembo 4 พอร์ต

BMW R Nine T

ย้ายมาฝั่งยุโรปกันบ้างกับ BMW MOTORRAD ในปีที่ผ่านมากระแสดีมาก และปีนี้ก็น่าจะแรงไม่แพ้กัน เริ่มกันด้วย BMW R Nine T สปอร์ตคลาสสิกที่สืบทอดแรงบันดาลใจมานานกว่า 90 ปี โดดเด่นด้วยถังน้ำมันอลูมิเนียมปัดเงา  เครื่องยนต์บ๊อกเซอร์ 2 สูบเรียง ขนาด 1,170 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 110 แรงม้า เพลาราวลิ้นคู่ ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ระบบคลัทช์แบบ Single dry plate สั่งงานด้วยไฮดรอลิค เกียร์ 6 สปีด ขับเคลื่อนด้วยเพลาขับ

BMW G 310 R

ต่อกันที่รุ่นเล็กลงมาอีกหน่อย BMW G 310 R ขุมพลังแบบสูบเดียว 313 ซีซี 34 แรงม้า ที่มีน้ำหนักเบาแต่สมรรถนะสูง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ตัวถังเหล็กกล้า ช่วงล่างเป็นแบบ upside-down fork และสวิงอาร์มยาว ติดตั้งเบาะนั่งที่รองรับการขับขี่ด้วยความสูงเพียง 785 มิลลิเมตร แถมตัวถังยังมีน้ำหนักเพียง 158.5 กิโลกรัม ไม่แรงก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

BMW Concept PATH 22

และไฮไลท์อีกคันก็คือ BMW Concept PATH 22 ที่เสมือนเป็นสีสันของหนุ่มสาวในยุค 50 ที่มีอิสระในการใช้ชีวิต มีการออกแบบชุดสีตามคอนเซ็ปต์ของท้องทะเลและสายลม ซึ่งเปรียบได้กับตัวแทนของความอิสระ มาพร้อมกับชุดแต่งทั่วคัน เช่น ชุดไฟหน้าแต่งหน้ากากลายตะแกรง โช้คอัพหน้าของ OHLINS ท่อไอเสียปลายคู่ของ AKRAPOVIC ด้านข้างติดตั้งชุดกระดานโต้คลื่น ทุกชิ้นส่วนของการตกแต่งมาจากวัสดุระดับพรีเมียม

CVO Pro street breakout

HARLEY DAVIDSON อเมริกันสไตล์ที่ผู้ชายถวิลหา ครั้งนี้นำ CVO Pro street breakout สุดเท่มาอวดโฉม พร้อมด้วยเครื่องยนต์ Screamin’ Eagle 110B ขนาด 1,801 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้แรงบิด 151 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 จังวหวะ สีดำเงาพร้อมกรองอากาศขนาดใหญ่ดูเด่นเป็นสง่า แถมยังมีการคัสตอมสไตล์ Racing อีกด้วย พ่อรูปหล่อคันนี้ยังสามารถเดินทางไกล ด้วยถังน้ำมันขนาด 18.9 ลิตร

HARLEY-DAVIDSON ULTRA LIMITED

รุ่นต่อมาคือ HARLEY-DAVIDSON ULTRA LIMITED เจ้าคันนี้ถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮาร์เล่ย์-เดวิดสันอย่างชัดเจน ด้วยการดีไซน์ให้เป็นรถที่เหมาะสมกับการเดินทางไกล ออกแบบท่านั่งขับขี่ที่สะดวกสบาย ทุกชิ้นส่วนถูกซ่อนไว้หลังแฟริ่งพร้อมกันลม โดดเด่นด้วยไฟหน้าสามดวง กล่องใส่ของด้านหลัง พนักพิงสำหรับคนซ้อนที่โอบกระชับ และล้อแม็กลายก้านที่ดูดุดัน

NEW MULTISTRADA 1200

Ducati โดย ดูคาติ ไทยแลนด์ อวดโฉม NEW MULTISTRADA 1200 บิ๊กไบค์แนวสปอร์ตทัวริ่ง ขุมพลังระดับ 160 แรงม้า ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดของ BOSCH พร้อมชุดเกียร์ 6 สปีด ที่สร้างชื่อจากชัยชนะในการแข่งขัน Pike Peak International Hill Climb จุดเด่นของรถอยู่ที่ท่านั่งขับที่สบาย ช่วงล่างประสิทธิภาพสูงจาก OHLINS

MONSTER 821 URBAN ICON

MONSTER 821 URBAN ICON สไตล์ Naked ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 821 ซีซี. สามารถปรับโหมดการขับได้ 3 โหมด มีให้เลือกหลากหลายเวอร์ชั่น ทั้ง Monster 821 Red, Monster 821 Dark, Monster 821 Pearl White, Monster 821 Yellow, Monster 821 Diamond Black, Monster 821 Stripe และ Monster 821 Raw

 

Royal Enfield Continental GT

ROYAL ENFIELD ค่ายรถจากแดนภาระตะ สัญชาติอังกฤษ ส่ง Royal Enfield Continental GT สไตล์ Cafe Racer ที่ถือกำเนิดปี 1965 โดดเด่นด้วยรูปโฉมแบบร่วมสมัยในยุค 60 แต่ขุมพลังยุคใหม่ระบบหัวฉีด 535 ซีซี แรงบิด 44 นิวตันเมตร เป็นเครื่องยนต์ที่ใหญ่และแรงที่สุดของ Royal Enfield

CLASSIC BATTLE GREEN

รุ่น CLASSIC BATTLE GREEN รถที่ทำให้นึกถึงช่วงสงคราม เป็นรถรุ่นที่ Royal Enfield พิสูจน์สมรรถนะให้เหล่าบรรดาทหารกล้าได้ประจักษ์ แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะและความคล่องตัว แม้จะมีตัวถังที่ใหญ่ โดดเด่นด้วยห้องเครื่องและกล่องเครื่องมือที่ออกแบบให้ย้อนไปในยุค 50 ใช้สีตัวถังแบบดั้งเดิม เครื่องยนต์แบบขัดเงา มันช่างคลาสสิกเหนือกาลเวลาจริงๆ

THRUXTON R

TRIUMPH รถจักรยานยนต์สัญชาติอังกฤษอีกค่ายที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้รุ่นที่น่าเป็นเจ้าของคือ  THRUXTON R ความโมเดิร์นคลาสสิคที่ผสานความทันสมัยด้านเทคโนโลยี ขุมพลัง 1,200 ซีซี. แรงบิด 110 นิวตัน-เมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที ควบคุมคันเร่งด้วยระบบไฟฟ้า ระบบเบรก ABS ปรับโหมดการขับได้ 3 โหมด

STREET TRIPLE RX ROADSTER

และอีกหนึ่งรุ่นที่เป็น Special Edition คือ STREET TRIPLE RX ROADSTER เครื่องยนต์แบบ 3 สูบ 12 วาล์ว 675 ซีซี. DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ 106 แรงม้า แรงบิด 68 นิวตัน-เมตร ที่ 9,750 รอบต่อนาที เป็นสปอร์ตไบค์ที่ใช้งานได้ง่ายในชีวิตประจำวัน มีตัวรถน้ำหนักเบาทำให้ง่ายต่อการควบคุม

CENTAUR SIAM

ปิดท้ายด้วย STALLIS ที่ส่ง CENTAUR SIAM สไตล์ Sport Café Racer ไฟหน้าทรงกลม  ถังน้ำมันทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ ยางแก้มถังที่โดดเด่น พร้อมลูกยางสปริงคลอบโช๊คอัพหน้าสไตล์คลาสสิก มีป้ายที่บังโคลนแสดงชื่อ STALLIONS ที่ดูย้อนยุคเหมือนในช่วงโก๋หลังวัง

STALLIONS 250 CAFE

อีกหนึ่งรุ่นที่คลาสสิกไม่แพ้กันคือ  STALLIONS 250 CAFE ที่สะท้อนสไตล์ในยุค 60 อย่างลงชัดเจน ไฟหน้าทรงกลม หน้ากากตะแกรง โช้คอัพหน้าหัวกลับ ข้างถังน้ำมันเย็บหุ้มด้วยวัสดุหนังนุ่มแบบเดียวกับที่หุ้มเบาะทรงตูดมด กับตราหัวม้าสัญลักษณ์ STALLIONS ดูแล้วสไตลเรโทรนี่มาแรงแซง Sport Bike จริงๆ

เอาล่ะ ที่รวบรวมมาทั้งหมดนี้ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งภายในโซนของรถจักรยานยนต์ในงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 เท่านั้น แถมแต่ละค่ายยังมีโปรโมชั่นเด็ดๆ ที่เตรียมเอาไว้อีกเพียบ ตอนนี้ยังมีเวลาถึงวันที่ 3 เมษายนนี้ เท่านั้น ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ชาวสองล้อห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

เรื่อง : พุทธิ ผาสุข

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register