รู้จักมาตรฐาน IP กันแล้วหรือยัง

เดี๋ยวนี้นาฬิกาสำหรับใช้งานทั่วไปเริ่มดูเหมือนจะไม่ใช่นาฬิกาในแบบที่เราคุ้นเคยกันประจำ ต้องยอมรับว่าการเข้ามาของ Smart Watch คือ ความเปลี่ยนแปลงของอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะในเรื่องของมาตรฐานความทนทานในด้านต่างๆ ที่ดูเหมือนว่าเราจะไม่สามารถเอาของที่มาจากนาฬิกาปกติทั่วไปมาใช้งานได้

iphone-1021293

แน่นอนว่า เราต้องบอกว่าคุณต้องยอมรับว่าสิ่งที่คาดอยู่บนข้อมือคุณนั้นไม่ใช่จักรกล (ไม่ว่าจะเดินในรูปแบบอัตโนมัติ หรือควอตซ์) แต่มันดูเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกย่อส่วนลงมาให้เป็น Wearable เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถพกพาไปไหนต่อไหนได้ หรือแม้กระทั่งการใช้งานในแบบ Outdoor ที่หลายคนเริ่มนำ Smart Watch มาใช้งานในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะการวัดคลื่นหัวใจ หรือ Heart Rate เวลาที่ออกกำลังกาย

ตรงนี้ไม่ต้องสงสัยกัน เพราะว่าไม่ใช่แค่คุณเท่านั้นที่มองว่า Smart Watch คือ เทคโนโลยีที่อยู่บนข้อมือ หรือถู้ดตามแบบชาวบ้านหน่อยคือ เอาเครื่องใช้ไฟฟ้ามาคาดข้อมือ ดังนั้น ในเรื่องของมาตรฐานสำหรับบ่งบอกความ ‘ถึก’ ของอุปกรณ์เหล่านี้ จึงต้องแตกต่างออกไปจากนาฬิกาปกติ

lg-g-feature

และนั่นคือที่มาของการอ้างอิงค่า IP Standard เหมือนกับพวก Smart Phone เพราะด้วยความที่ผู้ผลิตต่างจัดกลุ่มให้ทั้งคู่มีความเหมือนกันในแง่ของกายภาพ และสิ่งที่อยู่ข้างใน IP ก็คือ ค่ามาตรฐานการป้องกัน ซึ่งจะเป็นค่าแสดงระดับการป้องกันของกล่อง แผงไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไฟฟ้านั่นเองครับ โดยที่ค่า IP นั้นจะแสดงด้วยตัวเลข 4 หลัก คือ IPXXXX โดยที่ตัวเลขหลักแรกจะหมายถึงการป้องกันจากของแข็ง ซึ่งจะมีตั้งแต่ 0-6 ส่วนตัวเลขหลักที่ 2 จะหมายถึงการป้องกันจากของเหลว ซึ่งจะมีตั้งแต่ 0-8 ส่วนตัวที่ 3 หมายถึงความต้านตานต่อการกระแทกในเชิงกลไก และหลักสุดท้ายเป็นออพชั่นที่จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต โดยจะใช้ตัวหนังสือแทนตัวเลข

smartwatch-828786_1920

อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน มาตรฐาน IP Code จะแสดงแค่ 2 หลักเท่านั้น โดยส่วนที่ 3 และ 4 ได้มีการยกเลิกการใช้งานไปแล้ว และในกรณีของ Smart Watch ส่วนใหญ่จะแสดงแค่หลักที่ 2 เท่านั้น เราจึงมักจะได้เห็นคำในลักษณะ IPX7 หรือ IPX4 โดยตัว X ข้างหน้าถูกนำมาใช้เป็นตัวแทนหลักแรกที่ไม่ได้มีการระบุมาตรฐาน

 

ความหมายของ IP Standard

หลักแรก

1 – มีการป้องกันจากของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 50 มม. ขึ้นไป
2 – มีการป้องกันจากของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 12 มม. ขึ้นไป
3 – มีการป้องกันจากของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 2.5 มม. ขึ้นไป
4 – มีการป้องกันจากของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 มม.
5 – มีการป้องกันจากฝุ่นผงละออง แต่ต้องเป็นฝุ่นละอองของสารที่ไม่ทำให้เกิดอันตราย
6 – มีการป้องกันจากฝุ่นผงละอองของสารที่อาจทำให้เกิดการกัดกร่อน หรือเป็นอันตรายได้

หลักที่ 2

0 ไม่กันน้ำเลย
1 กันฝนตกพรำๆ ในปริมาณ 1 มิลลิเมตรได้เป็นเวลา 10 นาที
2 กันฝนตกปรกติ เทียบเท่ากับปริมาณฝนตก 3 มิลลิเมตร (ฝนตกจากด้านบน มุมไม่เกิน 15 องศา)
3 กันฝน กันน้ำกระเด็นใส่ (จากด้านบน มุมไม่เกิน 60 องศา) โดยอัตราน้ำไหล 10 ลิตร/นาที
4 กันน้ำกระเด็นใส่ได้ในทุกทิศทาง
5 กันน้ำฉีดใส่ได้ในทุกทิศทาง (การทดสอบเพิ่มเรื่องแรงดันน้ำที่ฉีดใส่)
6 กันน้ำระดับที่มาจากทุกทิศทางเหมือนกับทะเล
7 อยู่ในน้ำได้ชั่วคราว สามารถแช่ในน้ำได้ 30 นาทีที่ระดับความลึก 1 เมตร
8 ใช้งานใต้น้ำได้ (ผู้ผลิตต้องระบุระดับความลึก)

 

 

เรื่อง : กองบรรณาธิการ

เรียบเรียงข้อมูลโดย กรังด์ปรีซ์ออนไลน์ GRANDPRIX ONLINE
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

 

Related posts:

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up