ผู้บริหารมิตซูบิชิก้มหัวขอโทษ-โกงตัวเลขประหยัดน้ำมัน

กลายเป็นเหตุการณ์อื้อฉาวที่ทำให้ความเชื่อมั่นต่อบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สั่นคลอนมากยิ่งขึ้น หลังจากผู้บริหารระดับท็อปของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์เปอเรชั่น เรียงแถวออกมาก้มหัวแสดงการขอโทษต่อสาธารณชน เมื่อวันพุธที่ 20 เมษายน เพื่อรับผิดชอบต่อการบิดเบือนข้อมูลผลการทดสอบประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันของรถยนต์ขนาดเล็กมากกว่า 600,000 คันที่ผลิตออกขายในประเทศญี่ปุ่น

รถยนต์ที่เป็นประเด็นอื้อฉาวมี 4 รุ่น แบ่งเป็น eK Wagon และ eK Space ที่ถูกผลิตออกขายภายใต้โลโก้มิตซูบิชิ ส่วนอีก 2 รุ่นที่เหลือ Dayz และ Dayz Roox เป็นการรับผลิตให้นิสสัน หลังจากทั้ง 2 ค่ายหันมาจับมือเป็นพันธมิตรลุยตลาดรถยนต์ไซส์จิ๋วหรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า Kei Car (K-Car) มาตั้งแต่ปี 2013 และเพิ่งประกาศต่อสัญญาความร่วมมือไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

ในแถลงการณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ระบุว่าเจ้าหน้าที่นิสสัน เป็นฝ่ายแจ้งว่าตัวเลขประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันไม่ตรงตามตัวเลขที่แจ้ง พร้อมขอให้มิตซูบิชิ ตรวจการทดสอบแรงต้านทานการหมุนอีกครั้ง และผลการสอบสวนภายในพวกเขาพบการกระทำที่ไม่เหมาะสมของผู้เกี่ยวข้อง โดยสื่อต่างประเทศสรุปว่าเป็นการปรับความดันลมยางเพื่อให้รถมีตัวเลขประหยัดน้ำมันดีกว่าความเป็นจริง

M1

“เป็นการกระทำผิดที่เกิดขึ้นโดยเจตนา มีการบิดเบือนข้อมูลเพื่อให้ระยะทางรวมในการวิ่งของรถเป็นที่พอใจ แต่สาเหตุที่พวกเขาต้องทุจริตในเรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน” เท็ตซูโร่ ไอคาว่า ประธานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส กล่าวระหว่างงานแถลงข่าวที่กรุงโตเกียว “ผมรู้สึกถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น”

ผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 6 ของแดนอาทิตย์อุทัย ประกาศหยุดผลิต และจำหน่ายรถยนต์ทั้ง 4 รุ่นที่มีปัญหาแบบไม่มีกำหนดทันที โดยนับจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2016 eK Wagon และ eK Space มียอดขายรวม 157,000 คัน ขณะที่ Dayz และ Dayz Roox มียอดขาย 468,000 คัน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพิ่งเรียกความเชื่อมั่นจากลูกค้ากลับคืนมาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยช่วงต้นยุค 2000 พวกเขาเผชิญวิกฤตเรียกคืนรถยนต์ล็อตใหญ่ไปครั้งหนึ่งแล้ว และหลังจากข่าวนี้ถูกรายงานออกไปหุ้นของบริษัทร่วงลงไป 15 เปอร์เซ็นต์ปิดที่ 733 เยนต่อหุ้น เป็นราคาดิ่งลงมากที่สุดในวันเดียวของพวกเขาในรอบเกือบ 12 ปี ขณะที่หุ้นของบริษัทนิสสัน ติดลบเพียง 1 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส กลายเป็นบริษัทรถสัญชาติญี่ปุ่นเจ้าแรกที่บิดเบือนข้อมูลประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน หลังจากเมื่อปี 2014 Hyundai ค่ายรถดังของเกาหลีใต้ และ Kia บริษัทลูกของพวกเขายอมจ่ายค่าปรับ 350 ล้านดอลล่าร์ (ราว 1.15 หมื่นล้านบาท) ให้ทางการสหรัฐฯ ในข้อหาโฆษณาอัตราประหยัดน้ำมันรถยนต์ของพวกเขาเกินความเป็นจริง แต่ที่เป็นกรณีอื้อฉาวมากที่สุดคงหนีไม่พ้น เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว Volkswagen ยักษ์ใหญ่แห่งเยอรมัน ที่ถูกตรวจพบว่าแอบติดตั้งซอฟต์แวร์เพื่อให้รถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศสหรัฐฯ ผ่านข้อกำหนดด้านมลพิษ และต้องจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 6.7 พันล้านยูโร (ราว 2.6 แสนล้านบาท)

 

เรื่อง: พูนทวี สุวัตถิกุล

เรียบเรียงข้อมูลโดย กรังด์ปรีซ์ ออนไลน์ GRAND PRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up