น้ำท่วมรถยนต์ จอดจมน้ำ ต้องทำอย่างไร

คนกรุงเทพเจอปัญหาปวดหัวหลังจากฝนตกกระหน่ำจนทำให้ถนนหลายสายโดนน้ำท่วมไปตามๆกัน โดยเฉพาะเส้นสุขุมวิท แถมตามตอกซอกซอยยังมีบ้านคน และคอนโดอยู่หลายแห่ง จอดรถกันเพียบ จมซิจ๊ะจะเหลืออะไร ทำให้หลายท่านที่เป็นเจ้าของรถอึ้งทำอะไรไม่ถูกกันเลยทีเดียวหลังลงมาเจอรถตัวเองจอดจมน้ำเกือบทั้งคันแบบนี้ วันนี้เรามาดูวิธีว่าเมื่อรถยนต์ของเราจมน้ำไปแล้วเราควรทำอย่างไรก่อน

  1. อย่างแรกเลยครับ ตั้งสติก่อนเลย รีบไปเปิดฝากระโปรงรถยนต์ของท่านซะ แล้วจัดการปลดขั้วแบตเตอรี่ออกก่อนเพื่อตัดระบบการจ่ายไฟ และไม่ควรสตาร์ทรถเด็ดขาด!! ย้ำห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์เด็ดขาด เพราะถ้าคุณสตาร์ทมันอาจทำให้น้ำที่ค้างอยู่ตามท่อ หรือกรองอากาศ เข้าไปในห้องเครื่องยนต์ได้และเมื่อน้ำเข้าเครื่องพังยับแน่นอน ทั้งลูกสูบ ก้าน ข้อ ไปเรียบ งานยาวแน่นอน ถึงแม้ประกันมาบอกให้ติดเครื่องก็ห้ามนะครับ
  2. รีบหาทางเคลื่อนย้ายรถขึ้นจากน้ำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะอาจจะช่วยจากหนักเป็นเบาได้บ้าง เพราะรถยนต์ปัจจุบันมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เยอะ เช่น กล่องอีซียู รีเลย์หรือกล่องควบคุมอุปกรณ์ระบบต่างๆทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อรถจมน้ำจะไม่เสียเพราะไฟช็อต แต่การที่น้ำเข้าทำให้เปียกชื้น ให้แกะฝา กล่องออกซึ่งต้องทำอย่างระมัดระวังสักหน่อย ถ้าภายในมีน้ำให้ใช้ลมเป่าถ้าชื้นก็ตากแดดทิ้งไว้จนแห้ง
  3. ตรวจแบตเตอรี่ดูระดับน้ำกลั่น ถ้าสูงจนล้นเพราะน้ำเข้า อย่าคว่ำหม้อเทน้ำกรดออกโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้แบตเตอรี่เสียอย่างถาวร ถ้าระดับน้ำกลั่นสูงกว่าปกติมากจนปริ่มฝาปิดให้ดูดออกจนระดับเท่าปกติ ถ้ามีมาตรวัดไฟฟ้าให้วัดว่ามีไฟหรือไม่ แต่ถ้าไม่มีมาตรวัดไฟฟ้าให้ใช้สายไฟเส้นใหญ่เท่าที่จะหาได้มีความยาวเท่ากับแบตเตอรี่ ให้ท่านกดปลายสายไฟด้านหนึ่งให้แน่นที่ขั้วบวก ส่วนปลายสายไฟอีกด้านให้ขีดผ่าน(ลากผ่าน)เร็วๆที่ขั้วลบ ถ้ามีประกายไฟออกที่ปลายสายที่ขีดผ่านก็แสดงว่ามีไฟ
  4. ต่อมาเช็คที่เครื่องยนต์ว่ามีน้ำเข้าไปมั้ย เจ้าเหล็กวัดระดับน้ำมันเครื่องนี่ละจะเป็นตัวบ่งบอกว่าน้ำเข้าไปมากหรือน้อย ถ้าระดับน้ำมันเครื่องสูงกว่าปกติมากให้มุดไปใต้ห้องเครื่องคลายเกลียวน็อตถ่ายน้ำมันเครื่องคลายเพียงหลวมๆถ้ามีน้ำน้ำจะไหลออกมาก่อน ปล่อยให้น้ำไหลจนหมดน้ำมันเครื่องจะตามออกมานิดหน่อย แล้วจึงปิดน็อตถ่ายน้ำมันเครื่องขันน็อตให้แน่น ในกรณีที่เป็นเครื่องเบนซินให้ใช้ลมเป่าไปที่เบ้าหัวเทียนไล่น้ำออกให้หมดทุกซอกทุกมุม จากนั้นให้ถอดหัวเทียนออกใช้สเปรย์ไล่ความชื้นฉีดทิ้งไว้ (ขั้นตอนนี้อาจจะให้ช่างทำจะง่ายกว่าเพียงแต่รู้ไว้เท่านั้น หรือใครจะทำเองก็ได้นะ
  5. รถเบนชิน ถอดหัวเทียนออก ติดเครื่อง 3 วิ ทำแบบนี้ 3 ครั้ง ครั้งแรกน้ำพุ่งออกรูหัวเทียนเป็นน้ำพุเลย ห้ามลืมถอดหัวเทียน นะ ก้านสูบคด เสีย เงินหมื่น ถ้าเครื่องดีเชล ถอดหัวฉีด หรือหัวเผาก็ได้ อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วติดเครื่อง 4 วิ ทำ 4 ครั้ง
  6. ล้างและเปลี่ยนพวกของเหลวทั้งหมดที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นระบบเบรค น้ำมันเบรค ระบบระบายความร้อน น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ ถ่ายของเก่าที่จมน้ำทิ้งให้หมดแล้วเปลี่ยนของใหม่ลงไปซะ เพราะถ้ามีน้ำค้างอยู่ในระบบพวกนี้จะทำให้เป็นสนิม
  7. ถอดเบาะถอดพรมและส่วนประกอบอื่นๆที่ถูกแช่น้ำ เช่น แผงประตู ยางอะไหล่ ที่รองพื้นในห้องสัมภาระท้าย โคมไฟหน้าเลนส์ ไฟท้าย เบาะนั่ง พรมปูพื้น ถอดออกมาตากแดดแห้งแล้วยังไม่ต้องรีบใส่ แม้ว่าส่วนประกอบอื่นๆจะแห้งดีแล้ว ให้เอารถออกตากแดดเปิดประตูรถทุกบาน พยายามให้แผงหน้าปัดรถตากแดดแรงๆเพื่อไล่ความชื้นออกจากแผงหน้าปัดให้หมด

ข้อมูลนี้เป็นการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นเท่านั้น อาจจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ และประหยัดค่าซ่อมไปหลายหมื่นบาท แต่ยังไงก็ต้องนำรถยนต์ของท่านเข้าไปตรวจเช็คกับช่างผู้ชำนาญอีกทีนึงนะครับเพื่อความปลอดภัยและใช้รถยนต์อย่างสบายใจ

 

เรื่อง : ณัฐพล เดชสิงห์

ภาพ : ข่าวสด

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ยนต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

 

 

Related posts:

9 วิธีป้องกันหนูกัดสายไฟรถ
ขี่มอเตอร์ไซด์ ลุยน้ำ!! ต้องทำไง
วิธีดูแลรักษารถยนต์ ก่อนจอดทิ้งยาว!!
วิธีกำจัดคราบแป้งคราบน้ำฝังแน่น หลังเล่นสงกรานต์
6 วิธีขับรถที่ฉลาด ช่วยประหยัดค่าน้ำมัน 25 เปอร์เซ็นต์
ยางรั่ว ยางแตก ปะแบบไหน ดีกว่ากัน !
8 สิ่งที่ต้องทำ เมื่อขับรถตกน้ำ !!
วิธีสังเกตุโช็คอัพรถยนต์ ว่ายังใช้งานดีอยู่หรือไม่ !!

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up