ทดลองขับ มินิ คูเปอร์ รถสุดแซบ ! ฟิลลิ่งโกคาร์ท

MINI-Driving-Experience-2016_-37

ถ้าพูดถึงรถยนต์ที่ขับสนุก ขับมันส์ แถมยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดดเด่น แถมยังมีประวัติที่ยาวนานไม่มีใครเหมือน เชื่อว่าหลายท่านคงจะนึกถึงเจ้ารถยนต์จากดินแดนผู้ดี อย่างมินิ คูเปอร์ ซึ่งในประเทศไทยก็มีอยู่มากมายหลากหลายรุ่น หลายประเภทให้สาวกมินิได้เลือกใช้ตามไลท์สไตล์ของแต่ละคน ล่าสุด มินิ ประเทศไทย

เชิญสื่อมวลชนให้ไปลองสัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น ของรถ MINI ทั้ง 5 รุ่น กันบนสนามปทุมธานี สปีดเวย์ กับกิจกรรม MINI Driving Experience 2016 เราไปทดลองขับกันดีกว่าว่าเจ้ามินิมันจะขับสนุกขนาดไหน แถมวันนี้มินิ ประเทศไทยยังจัดตัวแรงอย่างเจ้ามินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ มาให้ได้สัมผัสกัน

 

MINI Driving Experience 2016 ครั้งนี้ทางมินิ ประเทศไทยจัดรถมาให้ลองกันทั้งหมด 5 รุ่นคือ  MINI Hatch 3 Door JCW  , MINI John Cooper Works ,MINI Hatch 5 Door Cooper S , MINI Clubman Cooper S  และMINI Countryman Cooper SD All4  แค่เห็นชื่อรุ่นก็อยากกระโดดเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัยซะแล้วนอกจากมีรถแซบๆมาให้ลองขับกัน งานนี้สเตชั่นต่างๆก็สามารถดึงสรรถนะของรถได้อย่างเต็มๆ โดยจะแบ่งการทดสอบออกเป็น 3 สเตชั่นคือ 1.Figure 8 ทดสอบระบบควบคุมการทรงตัว DSC 2.Elk Test ทดสอบการเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน 3. Handling Course ทดสอบการบังคับควบคุม เมื่อรถพร้อมคนพร้อม ออกไปลุยกันเลย
MINI-Driving-Experience-2016_-112

สเตชั่น 1 : Figure 8 สเตชั่นนี้รถทุกคันปิดการทำงาน DSC (Dynamic Stability Control หรือ ระบบควบคุมการทรงตัว) วิ่งวนไพลอนเป็นเลข 8 แถมบนสนามฉีดน้ำเอาไว้เปียกเชียวลื่นน่าดู 2 รอบแรกปิด DSC กดให้มิดเข้าไฟลอนแรก อ่อๆลืมบอกไปคันแรกนี่ผมขับเจ้า MINI Hatch 5 Door Cooper S รถรถคุมยากหน่อยเมื่อวนรอบไฟลอนด้วยความเร็ว มีอาการหน้าดื่อ รถแถบานออกยกคันเร่งนิดนึงตัวรถก็กลับเข้าสู่ไลน์ที่ต้องการแต่ต้องใช้ทักษะในการบังคับเยอะหน่อย จอดเพื่อเปิด DSC มาดูกันว่ามันจะช่วยได้มากน้อยขนาดไหน  เหยียบคันลงไปรถพุ่งเข้าโค้งอย่างรวดเร็วระบบ DSC ทำงานทันที โอโห เนียนเลยจร้า เค้าไลน์เลข 8ได้โดยเท้าไม่ได้ยกออกจากคันเร่ง ระบบ DSC ช่วยคำนวนการทรงตัวได้ดี รับรู้ถึงการทำงานของระบบ DSC จากการที่รถจะมีอาการหน่วงเนื่องจากล้อถูกลดกำลังจากเบรกและแรงบิดของเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติจนสามารถวิ่งวนเป็นเลข 8 ได้โดยไม่หลุดโค้งไปเสียก่อน เค้าโค้งได้เนียนกว่าปิดระบบ DSC เยอะพูดเลย นี่ถ้าเป็นถนนจริงผมแนะนำเลยเปิดระบบ DSC ไว้เค้าโค้งถนนลื่นขนาดไหนเอาอยู่แน่นอน

MINI-Driving-Experience-2016_-66

สเตชั่น 2 : Elk Test  สเตชั่นนี้ผมย้ายมาจับจองเจ้าตัวแรงอย่าง MINI John Cooper Works สเตชั่นนี้เรียกกันง่ายๆว่าเลนเชนจ์ คือทดสอบการทรงตัวและการบังคับควบคุมด้วยการหักหลบในระยะกระชั้นชิด เริ่มจากทางตรงด้วยความเร็ว 50 กม./ชม. ในรอบแรกและเพิ่มเป็น 60 กม./ชม. ในรอบที่สอง ก่อนถึงจุดที่ต้องหักหลบไปทางซ้ายและดึงกลับขวาทันทีเพื่อเข้าช่องทางเดิมจากนั้นเบรกจนหยุดนิ่งโดยจะมีไพลอนวางกันไว้ เปิดระบบควบคุมการทรงตัว (DSC) ตลอดนะครับ รอบแรกด้วยความที่ขับตัวแรงอย่าง MINI John Cooper Works เลยปิด DSC ไว้พอเข้ามาทดสอบในสเตชั่นนี้ลืมเปิดจร้า แถมวิ่งเข้าไปเร็วประมาณ 80 กม./ชม. เข้าเลนเชนจ์ ตัวรถมีอาการสไลด์ท้ายแถออกเล็กน้อยแต่ควบคุมอยู่ รอบสอบเปิดระบบ DSC แต่ความเร็ว 80 กม./ชม.เท่าเดิม รอบนี้เข้าเนียนเป๊ะ ไม่มีสะบัด หรือแถ พวงมาลัยเฉียมคมสุดๆรอบ3รอบ 4 เข้าตรงตามไลน์แบบสบายๆคุมง่ายมาก สัมผัสได้ถึงช่วงล่างที่แน่นหนึบ

MINI-Driving-Experience-2016_-69

สเตชั่นที่ 3 : Handling Course เรามาเริ่มจากการลองอัตราเร่ง และทดสอบระบบเบรกกันก่อนเลย (Acceleration and Braking) เรายังคงใช้ MINI John Cooper Works ปรับเป็นโหมดสปอร์ตเลยจร้า กดคันเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สัมผัสได้ถึงความแรงดึงแบบยาวๆ ประมาณ 400 เมตร กดเบรกจนมิด ABS ทำงานแหมมหยุดสนิทได้ดั่งใจจริงๆเลยเชียว มินิทุกคันทำได้ดีโดยไม่มีอาการเซหรือไถล ชอบๆ หลังจากนั้นก็สล้บไปขับในรุ่นอื่นๆอัตราเร่งรุ่นอื่นๆแน่นอนมันสู้เฮีย Jonh ของเราไม่ได้อย่างแน่นอน แต่อัตราเร่งก็ไม่ถือว่าอืดนะครับยังคงขับสนุกในทุกๆรุ่น

การทดสอบ Handling Course รอบสนามที่มีโค้งซ้าย-ขวาสลับ ทั้งหักศอกและโค้งกว้าง พูดตรงๆเอาจริงๆเลย รถ MINI ทุกอย่างมันควบคุมง่าย ขับสนุก แต่ระวังอย่าเค้าโค้งตามลิมิตของรถนะครับ มินิทุกรุ่นเด่นในเรื่อง ความคล่องแคล่ว แม่นยำของพวงมาลัยและช่วงล่างที่หนึบแน่น สลับรุ่นขับไปจนครบ ทุกคันมีบุคลิกของความสปอร์ตที่ทำให้ขับสนุกอยู่ในตัวชัดเจน ด้วยการบังคับควบคุมที่แม่นยำ คล่องแคล่วและว่องไว ทั้งจากเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง พวงมาลัย ช่วงล่างตั้งแต่ระบบกันสะเทือน

MINI-Driving-Experience-2016_-25

เรามาดูข้อมูลของรุ่นเด่นๆแซบๆของการทดสอบครั้งนี้กัน

มินิ คลับแมน โฉมใหม่ ใหญ่ที่สุดในตระกูลมินิ

ด้วยความยาวที่เพิ่มขึ้น 27 เซนติเมตร กว้างขึ้น 9 เซนติเมตร และฐานล้อที่ยาวขึ้น 10 เซนติเมตรเมื่อเทียบกับรถยนต์มินิ แฮทช์ 5 ประตู มินิ คลับแมน โฉมใหม่ จึงเป็นรถยนต์มินิที่มีขนาดใหญ่ที่สุด พร้อมตอบรับทุกการใช้งานด้วยช่องเก็บสัมภาระที่มีความจุมากถึง 360 ลิตร และยังสามารถขยายขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 1,250 ลิตร เมื่อทำการพับเบาะที่นั่งหลังซึ่งแยกกันที่ 40:20:40 ส่วนฝากระโปรงท้ายแบบบานพับสองข้างใช้วัสดุโลหะที่โดดเด่นสะดุดตา เป็นอีกจุดเด่นชวนมองในส่วนท้ายของ มินิ คลับแมน โฉมใหม่ เสากลางระหว่างบานกระจกซ้าย-ขวามีขนาดเล็กลงกว่าในรุ่นก่อนหน้า ซึ่งช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองด้านหลังให้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังสะดวกสบายด้วยการเปิดประตูแบบไม่ต้องสัมผัส เพียงใช้เท้าไปจ่อที่บริเวณใต้กันชนท้ายเมื่อมีกุญแจรถอยู่กับตัวเท่านั้น มินิ คลับแมน โฉมใหม่ ขับเคลื่อนด้วยพลังของเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 3 รุ่น โดยขุมกำลังของมินิ รุ่นใหม่นี้ ประกอบด้วยเทคโนโลยี มินิ ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ให้อารมณ์ในการขับขี่แบบโกคาร์ทโดยเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ด้านต่างๆ ที่ดียิ่งขึ้น

 มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ โฉมใหม่ เต็มพลัง ส่งตรงจากสนามแข่ง

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ โฉมใหม่ ผสมผสานความเร้าใจจากสนามแข่งกับความหรูหราเต็มเปี่ยมของมินิรุ่นล่าสุด ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นแต่ยังคงเอกลักษณ์สุดคลาสสิกไว้อย่างครบครัน ต่อยอดจากรถยนต์ต้นแบบเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ในระดับรถแข่งพันธุ์แท้ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ใหม่ มาพร้อมกับที่สุดแห่งขุมพลังสปอร์ตจากมินิ กับเครื่องยนต์ 4 สูบที่ติดตั้งแบบ transverse พร้อมอัพเกรดระบบส่งกำลังให้ทำงานราบรื่นด้วยเทคโนโลยี มินิ ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ให้คุณขับขี่ได้คล่องตัว รวดเร็ว พร้อมท้าทายทุกสนามแข่ง ขุมพลังใหม่ของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ถือเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดที่มินิเคยนำออกมาทำตลาด โดยมีกำลังสูงสุดถึง 170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า นอกจากนี้ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ยังมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยระบบแสดงผล MINI Head-Up Display พร้อมคอนเทนต์พิเศษในรุ่นนี้เฉพาะ หลังคาและกระจกมองข้างสีแดง Chili Red ล้อแม็กอัลลอยน้ำหนักเบา จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ขนาด 18 นิ้ว และแถบสีแต่งกระโปรงรถลายจอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ส่วนระบบช่วงล่างทำงานสอดประสานกับเครื่องยนต์อย่างสมบูรณ์แบบ ควบคู่ไปกับเบรกระดับสปอร์ตรุ่นใหม่จากเบรมโบ ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ เซอร์โวทรอนิก ที่ใช้ทั้งระบบไฟฟ้าและกลไกผสมผสานกัน และเทคโนโลยี Dynamic Stability Control ที่มีทั้งคุณสมบัติ Dynamic Traction Control (DTC)  Electronic Differential Lock Control (EDLC) และ Dynamic Damper Control ติดตั้งมาในตัวเป็นมาตรฐาน

MINI-Driving-Experience-2016_-4

มินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน พาร์คเลน ใหม่

มินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน พาร์คเลน ใหม่ เป็นรุ่นที่สามของมินิรุ่นไฮเอนด์สุดคลาสสิกที่เปี่ยมความหรูหรา พร้อมจับทุกสายตาด้วยดีไซน์และสีสันพิเศษสุดเฉพาะตัว ตัวถังสีเทาเมทัลลิก Earl Grey จับคู่กับหลังคาและกระจกมองข้างสีแดง Oak Red พร้อมแต่งด้วยแถบสีสไตล์สปอร์ตในสีเดียวกับกระโปรงรถ กันชนท้าย และส่วนข้างตัวรถ ขณะที่ไฟเลี้ยวติดตั้งในกรอบชุบโครเมียมที่แต่งด้วยสีแดง Oak Red เช่นกัน นอกจากนี้ ตัวรถยังเสริมความสปอร์ตด้วยล้อแม็กอัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้วสีเทาในดีไซน์ Turbo Fan Dark Grey พร้อมตกแต่งรอบตัวถังด้วยชิ้นส่วนกันชนและขอบประตูสีเงินในชุดแต่ง MINI ALL4 Exterior มินิ คูเปอร์ เอสดี ออลโฟร์ คันทรีแมน พาร์คเลน ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล มินิ ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ซึ่งผลิตจากอลูมิเนียมทั้งบล็อก มอบกำลังสูงสุด 143 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 305 นิวตันเมตร

MINI-Driving-Experience-2016_-40

สำหรับบรรยากาศการขับขี่ที่สนามปทุมธานีสปีดเวย์ในวันนี้นั้นนอกจากจะเต็มอิ่มกับประสบการณ์ใหม่ของมินิในปีนี้ แล้วงานนี้ยังถือได้ว่าเป็นงานทดสอบรถยนต์ที่มันส์ระดับ “ห้ามพลาด” เพราะนอกจากทีมงานมินิที่ขึ้นชื่อเรื่องเปิดโอกาสให้เผายางกันเต็มที่เพื่อสัมผัส “อรรถรสแบบมินิ” ได้เต็มประสิทธิภาพทำเอาสื่อมวลชนทุกสำนักประทับใจสุดๆกับความสนุกของมินิ คูเปอร์ ที่ใครได้สัมผัสต้องหลงรักอย่างแน่นอน เลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ เพราะนี้คือไอคอนรถเล็กที่สามารถเทียบชั้นรถสปอร์ตสุดหรูได้อย่างไม่ต้องสงสัย

 

เรื่อง : ณัฐพล เดชสิงห์

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register