ง่วงแล้วขับกับเมาแล้วขับ..อย่างไหนอันตรายกว่า

เป็นคำถามที่ให้ลองคิดกันดูเล่นๆ ว่า ระหว่าง “ง่วงแล้วขับ” เมื่อเปรียบเทียบกับ “เมาแล้วขับ” อย่างไหนจะมีอันตรายมากกว่ากัน เชื่อว่าหลายคนจะมีคำตอบว่า มีอันตรายพอๆ กัน เพราะง่วงแล้วขับก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ส่วนเมาแล้วขับยิ่งไปกันใหญ่ เพราะอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากอาการเมาเช่นกัน…ทีนี้มาคิดกันดูว่าทั้งสองเรื่องนี้มีอันตรายต่างกันตรงไหนง่วงแล้วขับ6

หลายความคิดเห็นมองว่า “เมาแล้วขับ” เป็นต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งจากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 7 วันอันตรายปีใหม่ เมื่อปีที่ผ่านมามีจำนวนอุบัติเหตุ 2,997 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 341 ราย มีดัชนีความรุนแรง 11.38 และมีดัชนีการเสียชีวิต 9.86 ส่วนสถิติช่วง 7 วันอันตรายสงกรานต์ จำนวนอุบัติเหตุ 3,373 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 364 ราย ดัชนีความรุนแรง 10.79 และดัชนีการเสียชีวิต 9.28 (ที่มาจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน) สาเหตุหลักคือขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ตามมาด้วยเมาแล้วขับ

ง่วงแล้วขับ7

เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้านี้พบว่าจำนวนการเกิดอุบัติเหตุลดลง จำนวนผู้เสียชีวิตลดลง แต่กลับมีแนวโน้มของการเสียชีวิตและความรุนแรงของการอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น ชี้ให้เห็นว่าการรณรงค์ที่ทำกันอยู่ถือว่าได้ผล และสร้างจิตสำนึกในการใช้ถนนได้ดีขึ้น แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขับขี่ยานพาหนะด้วยความเร็วสูง ผู้ขับขี่เองมีการปรับตัวด้วยการไม่ดื่มแล้วขับ หรืออาจจะดื่มเล็กน้อยพักผ่อนแล้วค่อยขับรถ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ถือว่ายังพอมีจิตสำนึกอยู่บ้าง

ง่วงแล้วขับ8

ง่วงแล้วขับ1

แต่เชื่อมั้ยว่า “ง่วงแล้วขับ” มีแนวโน้มทำให้เกิดอุบัติเหตุมากกว่า “เมาแล้วขับ” มาลองพิจารณาตามนี้ กฎหมายระบุว่าเมื่อตรวจวัดแอลกอฮอล์จากเครื่องเป่า ต้องมีค่าไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซน ถ้าค่าเกินคือ “เมาตามกฎหมาย” นั่นคือดื่มเบียร์ประมาณ 2 กระป๋อง หรือ 1 ขวดเล็ก แต่ถ้าดื่มไป 1 กระป๋อง แน่นอนว่าหลายคนยังไม่มีอาการมึนเมา ยังคงมีสติ สามารถขับรถได้ตามปกติ..แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ คุณจะเริ่มมีอาการง่วงซึม ใช่หรือไม่

POSTER_3create

ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่ดื่มเช่นกัน ยอมรับว่าดื่มเบียร์ 1 กระป๋องไม่เมา แต่มีอาการง่วงนั่นคือเรื่องจริง และหากง่วงแล้วไปขับรถ อาจจะเผลอหลับในขณะขับรถไปเพียง 3-4 วินาที ก็มีโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ แต่ด้วยการตรวจสอบพอได้กลิ่นเบียร์หรือสุรามักจะถูกตีความไปว่า “เมาแล้วขับ” ทั้งที่จริงแล้ว “ไม่เมา แต่ง่วงจากการดื่ม” ต่างหากล่ะ

ส่วนความง่วง มีผลต่อสมรรถภาพการขับรถเหมือนกับการเมา ซึ่งการหลับในขณะขับรถมีอันตรายมาก เพราะการหลับในคือการหลับขณะที่ตายังเปิดอยู่ แต่ไม่รับรู้ภาพเบื้องหน้า อาจเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ ไม่เกิน 10 วินาที ซึ่งผู้ขับรถจะไม่รู้สึกตัว และบังคับตัวเองไม่ได้ชั่วขณะ หากรถวิ่งด้วยความเร็ว 90 ก.ม./ช.ม. รถจะวิ่งต่อไปอีก 100 เมตร โดยขาดการควบคุม จะทำให้เกิดการชนที่รุนแรงมาก เพราะคนขับไม่ได้หักหลบหรือเหยียบเบรก เสี่ยงต่อการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้ทันที

POSTER_4create

ทีนี้ย้อนกลับมาที่ว่า ง่วงแล้วขับกับเมาแล้วขับ..อย่างไหนอันตรายกว่า คำตอบคือ ทั้งสองอย่างอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่เมาแล้วขับอันตรายกว่า เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย ถูกเป่าแล้วค่าแอลกอฮอล์เกิน งานนี้มี จับ ปรับ ติดคุก ขึ้นศาล และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะอีกหลายสิบชั่วโมง แถมยังต้องรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง เสียทั้งเวลา เสียทั้งประวัติ เสียค่าปรับ มีแต่เสียทั้งนั้น แต่ง่วงแล้วขับไม่ใช่ว่าจะไม่ผิดกฎหมายนะ เพราะง่วงแล้วขับมีความผิดเช่นกัน ตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางบก 2522 ระบุว่า ผู้ขับขี่รถขณะร่างกายหรือจิตใจหย่อนความสามารถมีความผิดตาม ม.103 มีบทลงโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ด้วยเช่นกัน

POSTER_7create

เรื่องนี้อยากให้เป็นข้อคิดเอาไว้สักนิด เพราะใกล้ช่วงเทศกาลสงกรานต์กันอีกแล้ว ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ควรขับรถทั้งที่มีอาการเมาและมีอาการง่วง อยากให้ย้ำเตือนกันอีกสักครั้ง เพราะไม่ใช่เป็นแค่เรื่องที่ต้องเคารพกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการป้องกันชีวิตของตนเองและผู้อื่นให้พ้นจากอุบัติเหตุอีกด้วย

 

เรื่อง : พุทธิ ผาสุข

เรียบเรียงข้อมูลโดย GRANDPRIX ONLINE

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th

Related posts:

10 อันดับกับรถยนต์นั่งขนาดกลางที่ราคาปังที่สุดของต่างประเทศ
น่ารักทะลวงใจ “Honda S660 NEO Classic Concept” สปอร์ตสไตล์ย้อนยุค
5 คุณประโยชน์ของเครื่องยนต์เทอร์โบ
10 ข้อควรรู้ก่อน พบ Innova ใหม่
“CEO TALK : พระมหากรุณาธิคุณ กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”
ปีหน้าเริ่มแล้ว!!!! เพิ่มเนื้อหาการอบรมใบอนุญาตขับรถ (ชั่วคราว) เปลี่ยนจาก 4 ชั่วโมง เป็น 5 ชั่วโมง
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส โตครึ่งปีแรกขาย 32,537 คัน
เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย สไตล์การแต่งตัวของชาวสองล้อ

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Don't have account. Register

Lost Password

Register

Scroll Up